ตีสำนักเก้าสุขสงบแล้ว”
“ปล่อยให้พวกเขาล้อมไป” ลู่เฉินยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
ทว่าเซียวซานกลับกังวลเล็กน้อย “คุณชายลู่ ท่านต้องระวังตัว!”
“วางใจเถิด” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็พาหลี่ว์ซือออกจากที่นี่ ส่วนเซียวซานก็ถอนหายใจ และกลับไปทำงานของตนเองต่อไป
เมื่อเดินพ้นโรงเตี๊ยมมาแล้ว ลู่เฉินก็พาหลี่ว์ซือไปยังภูเขาอันเป็นจุดหมาย
…
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เยว่เซียวจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้นำผู้คนกลับมาที่สำนักและเริ่มฝึกฝนอย่างหนัก รวมทั้งกระจายข่าวค่าหัวออกไป ทั้งหมดนี้ก็ได้เริ่มสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างแล้ว
เพราะอีกฝ่ายบอกว่า หากเจ้าจับคนที่อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ของสำนักเก้าสุขสงบได้ คนคนนั้นจะได้รับรางวัลเป็นศิลาวิญญาณสิบล้านก้อน และถ้าจับคนที่อยู่ในขั้นก่อกำเนิดของสำนักเก้าสุขสงบได้ คนคนนั้นได้จะได้รับรางวัลเป็นศิลาวิญญาณห้าสิบล้านก้อน!
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ปรมาจารย์ขั้นหลอมแก่นแท้และขั้นก่อกำเนิดทยอยกันออกจากการกักตน
และหลังจากที่เยว่เซียวระดมพลแล้ว เขาก็บอกให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม พร้อมที่จะไปยังสำนักเก้าสุขสงด้วยกันในวันรุ่งขึ้น!
ซือตู๋เทียนและลวี่ซ่างเพียวรีบรายงานลู่เฉินถึงเรื่องนี้ ในขณะที่เยว่เซียวเองก็ได้มาถึงห้องอันใหญ่โตในตำหนักอาวุโสห้องหนึ่ง
เมื่อเข้ามาและมองไปรอบ ๆ จนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่น เยว่เซียวจึงเดินลึกเข้าไปและเปิดประตูออก
ยามนี้เองที่พลัน