?”
หนานเหยาโกรธจนไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมา แต่โจวอวี๋กลับดึงปลายแขนเสื้อของหนานเหยาพลันกระซิบว่า “นั่งลงเถิด”
หนานเหยาจึงนั่งลงด้วยความรู้สึกหดหู่ ส่วนคนจำนวนมากต่างพากันดีใจถึงขนาดที่ว่าพวกเขาหัวเราะออกมา
“ดู คนขี้หลาดของสำนักเก้าสุขสงบพวกนั้น”
“ไร้สาระ ไม่กลัวได้หรือ?”
“ใช่ สำนักเล็กเมื่ออยู่ต่อหน้าแดนศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นเพียงแค่มดตัวหนึ่ง!”
…
หนานเหยาได้ฟังดังนั้นก็หน้าแดงหูแดงไปหมด และมือทั้งสองข้างของปิงหลิวหลีก็สั่นขึ้นมา เห็นได้ชัดว่านางไม่พอใจกับผลการตัดสินเช่นนี้ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงแสดงสีหน้าไร้หนทางออกมา
กู่ทงดำเนินการประกาศต่อไป
จนกระทั่ง สำนักเก้าสุขสงบถูกจัดอยู่ในอันดับที่สิบ
แต่อันดับที่สิบ สำหรับปิงหลิวหลีแล้ว นี่ก็ถือว่าไม่เลวนัก อย่างน้อยเมื่อก่อนก็ไม่เคยติดอันดับใด ๆ แต่เมื่อกู่ทงอ่านจบจึงเอ่ยออกมา “เนื่องจากสำนักเก้าสุขสงบของพวกเจ้าไม่ได้เข้าร่วมมาหลายปี ดังนั้นถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นอันดับสิบ แต่การปฏิบัติบางอย่างจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาใหม่!”
“พิจารณาใหม่?” หนานเหยาสงสัยว่าหมายความเช่นไร ปิงหลิวหลีเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน “ผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“ความหมายของข้านั้นง่ายมาก ทุก ๆ ปี ทรัพยากรของสำนักพวกเจ้าจะถูกยกเลิกทั้งหมด และผู้ที่จะเข้าร่วมแดนศักดิ์สิทธิ์ ทุกครั้งต้องผ่านการประเมินเป็นพิเศษ เมื่อผ่านแล้ว จึงจะสามารถไปฝึกฝนยังแดนศั