นแน่!” โจวอวี๋ตอบด้วยความมั่นใจ แต่ปิงหลิวหลีกลับพูดอย่างกังวลใจว่า “ระวังตัว เคล็ดวิชาไฟเพลิงของพรรคเมฆาเพลิงนั้นไม่ง่ายเลย”
“ข้าก็ไม่ง่ายเช่นกัน” โจวอวี๋ภาคภูมิใจในตัวเองยิ่งนัก เขาก้าวออกไปยังสนามประลองทันที
หัวเหล่าซานจากพรรคเมฆาเพลิงซึ่งบาดเจ็บอยู่หันไปสั่งชายหนุ่มที่มีนามว่าหลิวฮั่ว “ฆ่ามัน!”
“วางใจเถอะ!” หลิวฮั่วพูดอย่างเหิมเกริม
จากนั้นหลิวฮั่วจึงก้าวออกไปด้านหน้า และวิ่งขึ้นไปบนสนามประลอง ก่อนจะแผ่ไอปราณให้ก่อตัวเป็นเปลวไฟสีน้ำเงินคลุมทั่วร่างกาย!
ทุกคนต่างตกตะลึง “ดูนั่น เพลิงวิญญาณสีน้ำเงิน”
“ในที่สุดก็นำเพลิงวิญญาณสีน้ำเงินออกมา!” บางคนเบิกตากว้าง และบางคนก็เอ่ยออกมาด้วยความสับสน “เพลิงวิญญาณสีน้ำเงิน… เมื่อเทียบกับไฟเพลิงธรรมดาแล้ว นับว่าแข็งแกร่งกว่าหลายเท่านัก!”
“ใช่”
“ชายผู้นั้นของสำนักเก้าสุขสงบแย่แล้ว”
แม้แต่ปิงหลิวหลียังกังวลเล็กน้อย “เพลิงวิญญาณสีน้ำเงินจริง ๆ ด้วย”
ทางด้านหนานเหยา นางกะพริบตาปริบ ๆ อย่างกังวล ก่อนจะหันไปถามลู่เฉินด้วยความสงสัย “ท่านอาจารย์ ท่านคิดว่าเขาจะชนะหรือไม่?”
“ได้ ชนะอย่างแน่นอน” ลู่เฉินรู้ว่าโจวอวี๋มีสมบัติวิญญาณสามชิ้น รวมถึงยังมีเคล็ดเคลื่อนวิญญาณที่สอนไปแล้ว เพียงเท่านี้ย่อมเพียงพอที่จะจัดการอีกฝ่าย!!
แต่คนจากสำนักอื่น ๆ ต่างคิดว่าโจวอวี๋ต้องตายแน่นอน
แม้แต่หลิวฮั่วที่ยืนอยู่บนสนามประลองยังมองโจวอวี๋อย่างดูถูก “วันนี้ของปีหน้าคือวัน