มาทีละคนทันที ปลายดาบต่างชี้ไปที่ลู่เฉิน ด้วยกลัวว่าชายหนุ่มจะหลบหนีไปจริง ๆ
ชิงซานจ้องเขม็งไปทางลู่เฉิน “เจ้าคิดว่าเจ้ามีทางเลือกหรือ?”
ลู่เฉินยิ้มร่า ก่อนใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นลี้’ และหายไปจากจุดนั้นในพริบตา ก่อนจะไปปรากฏตัวไม่ไกลจากด้านข้างมากนัก
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนตกใจ
แม้แต่ชิงซานก็เบิกตากว้าง “เจ้าใช้สมบัติวิญญาณใด?”
หนานเหยาเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
ลู่เฉินจ้องมองที่ชิงซานและคนอื่น ๆ “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจสมบัติวิญญาณของข้า แต่เจ้าจำต้องรู้สิ่งหนึ่ง นั่นคือ… หากข้าต้องการจากไป ข้าก็สามารถไปได้ทุกเมื่อ!”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าทุกคนพลันซีดลง และในที่สุดก็บีบให้ชิงซานทำได้เพียงหันไปทางหนานเหยา “ทางที่ดีเจ้าไม่ควรเคลื่อนไหวใด ๆ! มิฉะนั้น…!”
ทว่าหนานเหยาคร้านเกินกว่าจะสนใจ นางเดินเข้าไปหาลู่เฉิน ปากก็พูดไปด้วยว่า “ท่านอาจารย์ เคล็ดวิชาเมื่อครู่นี้ของท่าน ที่แท้คืออะไรกันแน่?”
“เคล็ดวิชาหมื่นลี้”
“ข้าเรียนได้หรือไม่?”
“ได้สิ แต่จากการบ่มเพาะของเจ้าในตอนนี้ เห็นทีคงต้องใช้เวลานับหมื่นปีจึงจะฝึกสำเร็จ” คำพูดของลู่เฉินทำให้หนานเหยารู้สึกหดหู่ใจ “ท่านอาจารย์ หากท่านไม่ต้องการสอนก็บอกตรง ๆ เหตุใดต้องพูดกับข้าเช่นนี้ด้วย!”
ลู่เฉินส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “ในอนาคต หากมีโอกาส ข้าจะช่วยเจ้าฝึกฝน”
หนานเหยาดีใจขึ้นมาทันที “ขอบคุณท่านอาจารย์”
“เช่นนั้นเจ้าก็บอกมาเถอะ ว่าเจ้ามาทำอันใดที่นี่” ลู่เฉิ