ห้เจ้าได้ แต่หลังจากนั้น เจ้าต้องช่วยข้าเรื่องหนึ่ง และเมื่อถึงเวลา ข้าจะช่วยเจ้าจัดการเขาด้วยตนเอง!” หญิงสาวยิ้มหวานแสดงท่าทีเป็นมิตร
ทว่าสือเซียวไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญา เขาถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า “ศิษย์พี่หญิงหนานกง หรือว่าท่านเองก็มีความแค้นกับเขา?”
“มี!” ขณะพูด แววตาของนางพลันเผยแววประหลาด ก่อนที่มันจะกลายเป็นปกติ และมีเพียงรอยยิ้มเท่านั้นที่ประดับอยู่บนใบหน้าของศิษย์พี่หญิงหนานกงผู้นี้
สือเซียวจึงเอ่ยว่า “เพียงแค่ท่านสามารถรักษาบาดแผลข้าจนหายดีได้ ไม่ว่าอะไรข้าก็ยอมทำ!”
“ดี เช่นนั้นดีมาก!” หญิงสาวจึงหยิบเม็ดยาออกมาเม็ดหนึ่ง ก่อนจะจับกรอกใส่ปากสือเซียวโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว
เพียงชั่วอึดใจถัดมา จู่ ๆ สือเซียวก็ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับร่างที่แผ่ไอมารออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
“นี่… นี่มันอันใด”
หญิงสาวยิ้ม “ยาวิถีมาร ไม่เพียงแค่ช่วยรักษาบาดแผล แต่ยังสามารถทำให้คนกลายเป็นมารได้! ที่สำคัญที่สุด เมื่อกลายเป็นมารแล้ว บาดแผลจะฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว!”
“อะไรนะ? มาร?” สือเซียวตกใจจนหน้าซีด
จากนั้นสือเซียวที่เจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างพลันหมดสติไป เหลือก็เพียงศิษย์พี่หญิงหนานกงผู้นั้นที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หลับเสียเถิด…”
….
ขณะนั้น ลู่เฉินได้นำกลุ่มคนกลับไปยังเมืองเฟิงเฉิง
“อาจารย์ ในเมื่อเหมืองวิญญาณทั้งห้าถูกจัดการแล้ว เหตุใดจึงไม่กลับไปยังสำนักเก้าสุขสงบ?” หนานเหยาถามด้วย