บทที่ 149 อยากเล่นกับสำนักพฤกษาสวรรค์ก่อน
คนทั้งหมดต่างก็เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ กระทั่งพวกเขาเดินทางมาถึงเนินเขาบริเวณใกล้ ๆ กับเหมืองแห่งที่ห้าโดยมีลู่เฉินเป็นผู้นำ
ยามนี้ราตรีกาลได้ครอบงำทั่วนภา จะมีก็แต่แสงจันทราและหมู่ดาวที่พราวระยับประดับฟ้า
หนานเหยาที่สงสัยก็ไม่อาจเก็บความฉงนไว้ในใจได้อีกต่อไป “ท่านอาจารย์ เหตุใดเราถึงเลือกมาที่นี่ตอนกลางคืน?”
“เพราะตอนกลางคืนจะถูกพบตัวได้ยาก” ลู่เฉินพูดพลางชี้ไปบนท้องฟ้า
ทุกคนจึงทยอยกันเงยหน้าขึ้น
หนานเหยาถามซ้ำว่า “ท้องฟ้า?”
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด น่าจะมียอดฝีมือขั้นก่อกำเนิดหลายคนลาดตระเวนอยู่บนท้องฟ้า” ลู่เฉินหัวเราะ
หนานเหยาหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่งทันที “ไม่มีทาง เหตุใดข้าถึงมองไม่เห็น?”
“ยามนี้เป็นเวลากลางคืน และมีป่าอยู่ทุกหนทุกแห่ง เจ้ามองไม่เห็นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็หยิบของบางอย่างออกมาและเริ่มจัดเรียงพวกมันไว้รอบ ๆ
ทุกคนต่างก็สงสัยว่าลู่เฉินกำลังทำอันใด
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ลู่เฉินก็พลันฉีกยิ้ม “เสร็จแล้ว”
“ท่านอาจารย์ ท่านจะวางค่ายกลที่นี่?” หนานเหยาถามด้วยความประหลาดใจ
“อืม”
“แต่ที่แห่งนี้อยู่ห่างจากเหมืองไปพอสมควร”
“หากใกล้เกินไปย่อมถูกพบได้ง่าย ไกลเกินไปก็ไร้ประโยชน์ ทว่าที่นี่… กำลังเหมาะดี” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็เปิดใช้งานค่ายกล
ครู่ต่อมาพลังปราณในค่ายกลก็ค่อย ๆ หนาแน่นขึ้น
หนานเหยาถึงกับตกใจ “นี่คื