ต่ชิวเอ้อเองก็ตกตะลึงเช่นกัน กระทั่งถึงขนาดไม่กล้าที่จะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ทว่าลู่เฉินมีหรือจะรอ เขาดึงมือกลับมาก่อนจะเอ่ยว่า “ตอนนี้เจ้าก็สามารถฝึกฝนได้ตามปกติแล้ว”
คำพูดนี้ทำให้ชิวเอ้อมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เขากล่าวว่า “หากเป็นไปได้ ข้าก็จะยังคงเลือกฝึกฝนวิถีภูตผี”
ลู่เฉินชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยึดมั่นถึงเพียงนี้
ส่วนชิวต้าที่ได้ยินก็พลันกล่าวอย่างโมโห “เหตุใดเจ้าถึงยังต้องการที่จะฝึกฝนวิถีภูตผี?”
“แล้วเหตุใดเจ้าจึงต้องฝึกวิถีพุทธ?” ชิวเอ้อไม่ตอบแต่กลับถามออกมา ทำให้ชิวต้าร้อนใจขึ้นมา “ก็เพราะข้ามีรากวิญญาณธาตุแสง และต้องการจะขจัดมารเพื่อกำจัดความชั่วร้ายทั้งปวง!”
“เหตุที่ข้าฝึกฝนวิถีภูตผี เป็นเพราะรากวิญญาณของข้าเหมาะกับการฝึกฝนวิถีนี้ ไม่ได้เป็นเพราะข้าต้องการทำชั่ว เจ้าเข้าใจหรือไม่?” ชิวเอ้อเอ่ยแย้ง
ทว่าแม้จะได้ยินเช่นนั้น หากแต่ชิวต้าก็ยังคงคิดว่าผู้ฝึกวิถีภูตผีนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก
แต่ลู่เฉินไม่เห็นด้วย เขามองไปยังชิวต้าพลางยิ้มออกมา “น้องชายของเจ้า เคยฆ่าคนโดยไม่คิดหรือไม่?”
“หมายความเช่นไร?” ชิวต้าไม่เข้าใจนัก
“เช่นนั้นเจ้าจงบอกข้าว่าเหตุใดเจ้าถึงรังเกียจผู้ฝึกวิถีภูตผีนัก”
“เพราะผู้ฝึกวิถีภูตผีเป็นพวกคนไม่ดี”
“ไม่ดีเช่นไร?”
“พวกเขา…” ชิวต้าพูดไม่ออก ปากชะงักงันไป
ลู่เฉินจึงอธิบายออกมาแทน “ไม่ว่าจะฝึกฝนวิถีภูตผี หรือว่าฝึกฝนวิถีพุทธ สิ่งนี้มันก็เพียงแค่หนทางฝ