ได้ด้วยตัวของมันเอง จึงทำให้ลู่เฉินสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นอสูรมารชนิดใด และเหตุใดมันถึงถูกผนึกไว้ในศิลาวิญญาณโลหิตขนาดใหญ่นี้?!
และเพราะความอยากรู้ เขาจึงแทรกจิตสัมผัสเข้าไปในภูเขาผนึกนั่น ก่อนจะพบกับ…
แมวสีม่วงที่ ‘น่ารัก’ ตัวหนึ่งอยู่ภายในภูเขา
แมวตัวนี้ดูเหมือนว่าจะมีขนาดพอ ๆ กับเสือ และตัวของมันเปล่งแสงสีม่วงเรือง ๆ ออกมา
ยามนี้มันยังคง ‘นอนหลับสนิท’ อยู่
จนกระทั่งจิตสัมผัสของลู่เฉินแทรกซึมเข้าไป ทันใดนั้นแมวตัวสีม่วงก็ลืมตาขึ้น จากนั้นก็จ้องมองจิตสัมผัสของลู่เฉินที่กลายเป็นเงาร่างคนด้วยสายตาเฉียบคมของมัน
”เจ้ามนุษย์ผู้ต่ำต้อย!”
”เห็นตัวเล็ก ๆ แต่ที่จริงดุไม่เบา!” ลู่เฉินมองมันด้วยรอยยิ้ม
”รนหาที่ตาย!” ทันใดนั้น มันก็กระโจนใส่ลู่เฉิน ซึ่งมีหรือที่ชายหนุ่มจะพลาดท่าได้ง่าย ๆ เขาถอยหลบทันทีแล้วเอ่ยว่า “เจ้าตัวเล็ก ข้าเป็นแค่จิตวิญญาณเท่านั้น”
“เจ้า!” แมวตัวนั้นพลันแสดงท่าทีเยือกเย็นขึ้นมา
”คุยกันหน่อยเป็นอย่างไร?”
”เจ้ามีสิทธิ์อันใด!”
”สิทธิ์ที่ข้าปลดผนึกรอบ ๆ นี้ได้!” ลู่เฉินมองมันด้วยรอยยิ้ม แต่แมวสีม่วงตัวนี้ไม่เชื่อ มันสะบัดหาง ปากก็พูดว่า “ข้าถูกผนึกอยู่ที่นี่มาหลายแสนปีแล้ว มนุษย์ผู้ต่ำต้อยอย่างเจ้าจะปลดผนึกได้อย่างไร?!”
”หลายแสนปี? ช่างน่าสงสารยิ่งนัก!”
”เจ้าไม่ต้องมาสมเพชข้า!” มันพูดอย่างดุร้าย ส่วนลู่เฉินก็ส่งเสียงจุ๊ ๆ อย่างยียวน “ข้าพูดกับเจ้าด้วยความเมตตา เหตุใดเจ้าจึงกล้า