สงสว่างสีเลือดจะลอยมาจากไกล ๆ ซึ่งลู่เฉินก็ได้ยื่นมือออกไปรับ มือคือป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ที่สลักเลขห้าเอาไว้นั่นเอง! และบัดนี้… มันก็ได้ตกอยู่ในมือของชายหนุ่มแล้ว!!
ทุกคนดีใจจนพากันโห่ร้อง
ลู่เฉินได้ ‘ปลดปล่อย’ ผู้คนออกจากสำนักพันสูญ ก่อนจะปล่อยให้พวกเขากล่าวคำลาแล้วจากไป
สุดท้ายก็เป็นผู้นำแห่งสำนักพันสูญที่เอ่ยถามอย่างตื่นเต้นขึ้นมา “ข้า แล้วข้าล่ะ?”
“ให้เลือดแก่ข้าหนึ่งหยด”
ว่าแล้วผู้นำแห่งสำนักพันสูญก็รีบนำเลือดหนึ่งหยดออกมาให้ลู่เฉิน และหลังจากชายหนุ่มได้ดึงหยดเลือดบนศิลาวิญญาณโลหิตกลับมา ผู้นำแห่งสำนักพันสูญก็เป็นอิสระทันที เขาจึงกล่าวคำขอบคุณออกมามากมาย
“ก่อนเจ้าจะจากไป จงเล่ามาเสียหน่อยว่าภายในสุสานนี้เกิดเหตุการณ์อันใดขึ้น?”
“ตามที่ทูตมารสั่ง เขาต้องการให้ผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้ของแต่ละกลุ่มกองกำลังทยอยเข้าไปทีละคน”
“พวกเขาเข้าไปนานเท่าไหร่แล้ว?”
“ผ่านไปสิบวันแล้ว!”
“มีคนออกมาหรือไม่?”
“ไม่มี!”
“อืม เช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แล้ว”
ผู้นำแห่งสำนักพันสูญที่ได้ยินก็ไม่รอช้า รีบคุมเกี้ยวและจากไปทันที
ส่วนลู่เฉินก็ได้นำป้ายสัญลักษณ์วิญญาณสวรรค์ทั้งสี่ส่วนมาวางไว้ด้วยกัน และขณะที่กำลังเตรียมจะเก็บมันขึ้นมา แผ่นป้ายทั้งสี่นี้ก็เกิดสั่นไหวรุนแรง
“เกิดอันใดขึ้น?” ลู่เฉินสงสัย