จหรือว่าถ้าไม่มีเขา เจ้ายังกล้ามายืนคุยกับข้าที่นี่?” จินอวิ๋นซานหัวเราะเย้ยหยัน
ลู่เฉินคลี่ยิ้มเล็กน้อยและไม่พูดอันใด แต่ทุกคนคิดว่าลู่เฉินกำลังคิดเล่นเล่ห์กลให้ผู้คนสับสน
จินอวิ๋นซานที่เห็นว่าลู่เฉินดื้อรั้นไม่พูดจาจึงกล่าวว่า “เจ้าหนุ่ม ให้ข้าแสดงให้เจ้าเห็นถึงความร้ายกาจของรากวิญญาณธาตุทองคำแปดดาวของข้าเสียหน่อย!”
จากนั้นรากวิญญาณบนของแขนขวาของจินอวิ๋นซานก็เปล่งแสงสีทอง ก่อนที่ทวนในมือจะร่ายรำสะบัดซ้ายขวา
ในฉับพลันนั้น เงาทวนยาวพลันพุ่งเข้าหาลู่เฉินเป็นสาย ๆ
เงาทวนเหล่านี้เปรียบเสมือนดั่งศรแหลมคมที่พยายามเจาะทะลุลู่เฉิน
ทว่าลู่เฉินก็ได้ใช้ออกด้วยเคล็ด ‘กำแพงพันชั้น’ จึงเห็นเพียงว่ารอบกายชายหนุ่มเกิดกำแพงปราณหนาแปดสิบชั้นขึ้นมา!
กำแพงแปดสิบชั้นนั้นเบาบางจนดูเหมือนกระดาษซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
แต่ทวนเงาของอีกฝ่ายกลับทะลุผ่านไปได้เพียงยี่สิบชั้นก็ไม่อาจทะลวงต่อไปได้อีก
นี่จึงทำให้ทุกคนสงสัยว่าลู่เฉินมีเคล็ดวิชาป้องกันอันใด เหตุใดจึงทรงพลังเพียงนี้!
ลู่เฉินยิ้ม เขามองไปที่จินอวิ๋นซานที่ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ก่อนจะเอ่ยว่า “มาเลย ต่อไป มาดูกันว่าอัจฉริยะขั้นสร้างรากฐานอย่างเจ้าจะระเบิดพลังได้มากขนาดไหน!”
จินอวิ๋นซานนับเป็นอัจฉริยะของหอสวรรค์คู่ ปกติแล้วเขานั้นหยิ่งยโสอย่างมาก แต่วันนี้เขากลับไม่สามารถทำร้ายลู่เฉินได้ ดังนั้นจินอวิ๋นซานมีหรือที่จะยอม? เจ้าตัวพลันควงทวนอย่างดุเดือดทันที
“ทิ่มแ