่าตนจะถูกจำกัดไว้ ทว่าความเร็วสิบเท่าก็มากพอแล้วที่จะทำให้เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก “น่าทึ่งมาก น่าทึ่งมาก!”
ทางด้านเจี่ยลัว เขาเองก็มองดูอย่างอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน จนกระทั่งลู่เฉินพูดกับเขาว่า “ตอนนี้ข้าจะสอนวิชากระบี่ให้เจ้าสักวิชา”
“วิชากระบี่?”
“ใช่ เคล็ดกระบี่กวาดล้างหมื่นศพ!”
เจียลั่วที่ได้ยินก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “กระบี่กวาดล้างหมื่นศพ?”
ลู่เฉินพยักหน้า “วิชากระบี่นี้ เมื่อใช้กับร่างกายของเจ้าแล้ว มันจะสามารถสร้างผลกระทบที่คาดไม่ถึง”
”ผู้อาวุโส โปรดบอกมาเถิด!” เจี่ยลัวอยากรู้ยิ่งนัก ลู่เฉินจึงค่อย ๆ อธิบายให้ฟัง และยังวางมือบนไหล่ของเจี่ยลัว จากนั้นก็ถ่ายทอดขั้นตอนการฝึกฝนทั้งหมดให้เขา
เจี่ยลัวที่รับวิธีการฝึกมาแล้วพลันตกตะลึง “วิชากระบี่นี้ทรงพลังยิ่ง!”
”หนึ่งเล่มฟันซากศพ สองเล่มต้านทานซากศพ สามเล่ม… จากนี้เจ้าจงใช้เวลาทดลองดูเองเถิด” ลู่เฉินไม่พูดอะไรมาก แต่ปล่อยให้เจี่ยลัวเรียนรู้ด้วยตัวเอง
เจี่ยลัวกำลังตื่นเต้นเป็นอย่างมากและอยากจะฝึกฝนทันที “ขอรับ ผู้อาวุโส!”
”เอาล่ะ ข้ามีบางอย่างที่ต้องทำ ดังนั้นในช่วงเวลานี้ พวกเจ้าก็ฝึกฝนร่วมกันเถิด หากมีปัญหาใด ๆ เจ้าสามารถตามหาข้าผ่านศิลาวิญญาณสื่อสารได้”
“ขอรับ!” เจี่ยลัวตอบรับ
จากนั้นลู่เฉินก็พาเจี่ยลัวออกจากค่ายกล
ทางด้านหลี่ว์ซือที่อยู่ข้างนอก เขาก็ยังคงกระวนกระวายใจยิ่งนัก ในขณะที่คนอื่น ๆ เองก็อยากรู้นักว่าเกิดอะไรขึ้นในม่านหมอ