ย่แล้ว!”
ส่วนจางเชียนพลันเบิกตากว้าง “จะพ่ายแพ้แล้วหรือ?”
และในขณะนั้นเอง ลู่เฉินก็พลันแตะหน้าท้องของอีกฝ่าย ทำให้หน้าท้องของชายหน้ากากสีเงินหยุดขยาย ทว่าพลังปราณที่มากมายในร่างก็มากพอแล้วที่จะทำให้อีกฝ่ายอึดอัดจนยากที่จะขยับตัว และคล้ายกับว่าสามารถร่างระเบิดได้ทุกเมื่อหากถูกกระแทกเบา ๆ
ดังนั้นชายหน้ากากสีเงินจึงเริ่มเกิดความวิตกขึ้นมา “เจ้า… เจ้าเป็นใครกันแน่?”
“เรื่องนี้ไม่สำคัญ! แต่เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าบาดเจ็บ! แต่หวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูด!” เมื่อลู่เฉินพูดจบ เขาก็แตะบนร่างของชายหน้ากากสีเงินอีกสองสามครั้ง
ในฉับพลันนี้เอง พลังปราณภายในร่างของชายหน้ากากสีเงินก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมา หลังจากนั้นทั้งร่างของอีกฝ่ายก็พลันรู้สึกดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อตู๋ซานชิงเห็นสีหน้าของชายหน้ากากสีเงินดูดีขึ้น เขาก็รีบตะโกนออกมาทันที “ผู้อาวุโส เร็วเข้า รีบถอยมา ระวังอย่าให้เขาสัมผัสกายท่าน!”
ผู้อาวุโสหน้ากากสีเงินถอยออกมา เขามองไปยังตู๋ซานชิงและเอ่ยว่า “การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ของเจ้า ข้าไม่ทำแล้ว!!”
“อันใดนะ?” ตู๋ซานชิงถามอย่างเหลือเชื่อ
ไม่เพียงแค่ตู๋ซานชิงเท่านั้น แต่จางเชียนก็สงสัยเช่นกัน “แต่ท่านสามารถฆ่าเขาได้ด้วยหมัดเดียว!”
เฮยเฟิงเองก็เห็นด้วย “ใช่ ผู้อาวุโส ท่านเพียงใช้หมัดเดียวก็ฆ่าเขาได้แล้ว ดังนั้นอย่าไปพูดไร้สาระกับเขาเลย จัดการไอ้หนูนี่เลยดีกว่า!”
“ข้าบอกแล้วว่าการแลกเปลี่ยนครั้งน