วังตัวให้ดี!”
บรรดาศิษย์คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกว่าหลันเย่าช่างน่าขันนัก และถึงขนาดมีบางคนกล่าวดูถูกว่า “เจ้าไม่คิดว่าตัวเจ้าเป็นหัวหน้ากลุ่มที่ขี้ขลาดหรือไร!”
หลันเย่ารู้สึกอับอายขึ้นมา
ส่วนซูต้า เขายิ้มออกมาพลางมองไปยังลู่เฉิน “มาสิ ให้ข้าได้ลองดูหน่อยว่าแท้จริงแล้วเจ้าแข็งแกร่งแค่ไหนกัน เหตุใดหลันเย่าจึงชื่นชมเจ้าขนาดนี้”
“เริ่มเลยเถอะ!” ลู่เฉินยืนเอ่ยกับศิษย์คนนั้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มประหลาดออกมาแล้วกล่าวว่า “เจ้า? ลำพังแค่แมลงของข้าก็สามารถจัดการเจ้าได้สบาย ๆ แล้ว!”
ครั้นเอ่ยจบ ผึ้งกลุ่มหนึ่งก็บินออกมาจากแขนเสื้อของศิษย์คนนั้น
พันธมิตรแมลงสวรรค์เก่งกาจในการควบคุมแมลง ดังนั้นเมื่อแมลงพวกนี้บินออกไป ทุกคนต่างก็คิดว่าลู่เฉินจะต้องถูกผึ้งพวกนี้ทำร้ายจนบาดเจ็บแน่
ทว่าไม่มีใครคาดคิดว่าเมื่อแมลงพวกนี้เข้าใกล้ลู่เฉิน พวกมันก็พลันหวาดกลัวจนหมดสติไปทีละตัว!
“เกิดอะไรขึ้น?” ศิษย์ผู้นั้นสับสน และเหล่าผู้อาวุโสต่างก็พากันประหลาดใจ
หลันเย่าจึงเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น “พี่ฟ่าน ผู้อาวุโสท่านนี้สามารถควบคุมแมลงได้ และไม่ได้อ่อนแอไปกว่าท่านผู้อาวุโสของเราเลย!!”
เมื่อเหล่าผู้อาวุโสเห็นว่าหลันเย่าเอาพวกเขาไปเปรียบเทียบกับลู่เฉิน พวกเขาก็ไม่รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย โดยเฉพาะซูต้าที่ตะโกนออกมาว่า “ฟ่านชาน ตั้งใจหน่อย อย่าทำให้ขายหน้า!”
ฟ่านชานมองผึ้งพวกนี้ที่อ่อนแอลง ในใจเกิดโทสะขึ้นมา ดังนั้นเมื่อได้ยิ