“หมัดเสี้ยวทอง”
ฮวาหลิงมู่และเจี่ยลัวรู้สึกชอบใจ
ส่วนตู๋ซานชิงแทบจะขยี้ตาตัวเอง คิดว่าตาของตนพร่ามัวจนต้องเอยถาม “เมื่อครู่ เจ้าเห็นวิชาหมัดนั่นหรือไม่?”
“เห็นแล้ว หมัดเสี้ยวทอง!” จางเชียนตอบอย่างตะกุกตะกัก
“นี่คือเคล็ดวิชาหมัดที่สูญหายไป เขา.. เขาทำได้เช่นไร?” ตู๋ซานชิงถามอย่างคาดไม่ถึง
จางเชียนเองก็ไม่สามารถรับรู้ได้เช่นกัน เขานิ่งเงียบ ก่อนจะพึมพำกับตัวเบา ๆ “นี่เขาจะเก่งกาจในทุกด้านเชียวหรือ?”
ขณะนั้นเอง เฮยเฟิงค่อย ๆ ยันตัวเองขึ้น ก่อนจะหยิบขวานขึ้นมาอีกครั้งและกล่าวด้วยความโมโห “เจ้าหนู เมื่อครู่ข้าไม่เตรียมตัวให้ดี ทำให้ถูกใช้ทีเผลอโจมตี!”
ทุกคนไม่คิดว่าเฮยเฟิงจะคิดต่อสู้กับลู่เฉินต่อ
ทว่าลู่เฉินก็เพียงยิ้มอกมาแล้วเอ่ยว่า “ไม่ว่าเจ้าจะเตรียมตัวเช่นไร ก็ไม่สามารถต้านทานหมัดของข้าได้หรอก!”
“เป็นไปไม่ได้!”
เฮยเฟิงไม่เชื่อ พลังปราณบนร่างกายพลันสั่นไหว จากนั้นทุกคนต่างก็เห็นพลังปราณธาตุลมที่เข้าปกคลุมล้อมรอบเฮยเฟิงไว้
นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็นเฮยเฟิงใช้พลังปราณธาตุลมนี้ ทำให้ผู้คนในเมืองต่างก็มองด้วยความตกตะลึง
“เป็นรากวิญญาณธาตุลมจริง ๆ ด้วย!”
“เฮยเฟิงผู้นี้ แอบซ่อนไว้ได้ดีจริงเชียว!”
“ไม่ใช่เพราะเขาแอบซ่อนได้ดี แต่ไม่มีใครกล้าต่อกรกับโถงพิสุทธิ์ต่างหาก!” มีคนพูดออกมาอย่างจริงจัง
สำหรับคนของโถงพิสุทธิ์นั้นต่างพากันโห่ร้อง ส่วนเฮยเฟิงก็ได้กล่าวอย่างผู้มีชัยว่า “เจ้าหนู เข้าม