ิ้มให้อีกฝ่าย
โจวกังที่ได้ฟังก็ร้อนใจ จึงรีบเก็บพลังปราณของตนอย่างรวดเร็ว แต่หากทำเช่นนี้ แล้วเขาจะออกไปเช่นไร? ดังนั้นโจวกังจึงได้แต่ ‘ยอมจำนน’ และเอ่ยว่า “เจ้าหนุ่ม ข้าแค่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาจะเป็นปฏิปักษ์กับเจ้า!”
”ผ่านมา? ไม่ได้ออกหน้าแทนคนอื่นหรอกรึ?”
คำพูดของลู่เฉินทำให้โจวกังลุกลี้ลุกลน “ไม่ ข้าไม่ได้ออกหน้าแทนคนอื่น!”
”ไม่ว่าจะออกหน้าแทนหรือไม่ เรื่องที่เกิดขึ้นที่สำนักพฤกษาสวรรค์ครั้งก่อน คงถึงเวลาที่พวกเราควรสะสางกันแล้วกระมัง”
โจวกังได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนเนื้อเต้น เขาพลันหยิบยันต์ลี้ธรณีออกมาและเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “ถ้าเจ้ากล้าโจมตีข้า ข้า… ข้าก็จะใช้มันหนีไป!”
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ ด้วยรอยยิ้ม “ที่จริงแต่ก่อนมันสามารถหนีไปได้ ดังนั้นข้าจึงแก้ไขค่ายกล ทำให้ยันต์วิเศษต่าง ๆ ไร้ผล!”
“เป็นไปไม่ได้!” โจวกังไม่เชื่อ
ลู่เฉินมองเขาด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นเจ้าก็ลองดูสิ!”
โจวกังบดขยี้ยันต์จริง ๆ ทว่ายันต์นี้ไม่มีผลเลยสักนิด!
โจวกังที่เห็นผลลัพธ์เช่นนั้นก็พลันตกใจจนแทบเสียสติ “เจ้า… เจ้าจะทำอะไร!”
”ปัญหานี้ เจ้าต้องถามเขา!” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็มองไปยังเงาร่างในม่านหมอกที่อยู่ด้านหลังตนเอง
จากนั้นเจี่ยลัวก็เดินออกมาจากตรงนั้น
เมื่อโจวกังเห็นเจี่ยลัว ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง “เป็นเจ้า!”
“ผู้อาวุโสโจว!” เจี่ยลัวเอ่ยด้วยสีหน้ามืดมน
โจวกังมีสีหน้าดูไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม “เจ้า เจ้ายังไม่ตายห