จ้าสำนักต้องการดึงเขามาเป็นพวก ประการที่สอง เจ้าสำนักอาจมีอาการเจ็บป่วยบางอย่างที่ต้องให้หมอเทวดาผู้นี้รักษา!” เสี่ยเจี้ยนอธิบาย
เถียนอวิ๋นเมิ่งกลับมีสีหน้าหดหู่ใจ “แต่นายท่านของที่นี่ไม่ออกมาพบพวกเรา พวกเราจะเชิญหมอเทวดาได้อย่างไร?”
”ข้าไม่เชื่อว่าคนข้างในจะทนได้ตลอดไป!” เสี่ยเจี้ยนเริ่มดื้อดึง
ลู่เฉินที่อยู่ด้านในค่ายกลพลันคลี่ยิ้ม “เจ้าสำนักมารราตรีอยากเชื้อเชิญข้า?”
ด้วยความสงสัยใคร่รู้ ชายหนุ่มเดินไปยังห้องห้องหนึ่ง ก่อนจะกระแอมในลำคอ และวางสองมือลงบนพื้น ก่อนที่ครู่ต่อมา เสียงแหบห้าวจะดังมาจากภายในค่ายกล ส่งผลให้พวกเสี่ยเจี้ยนได้ยิน
”เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงมายุ่มย่ามหน้าคฤหาสน์ของข้า?!” ลู่เฉินแสร้งทำเป็นโกรธ
และเพียงเท่านี้ก็มากพอแล้วที่จะทำให้คนทั้งสองตกใจ ก่อนจะเป็นเสี่ยเจี้ยนที่สงบสติพร้อมกล่าวออกมาว่า “ท่านหมอเทวดา พวกเรามีเรื่องสำคัญจึงอยากขอพบท่าน”
”โอ้ เรื่องอันใด?”
”ขอเข้าไปคุยข้างในได้หรือไม่ขอรับ?” เสี่ยเจี้ยนพยายามถาม
ไม่เพียงแต่เสี่ยเจี้ยนเท่านั้น เถียนอวิ๋นเมิ่งเองก็เผยสีหน้าคาดหวังออกมา
”เข้ามาทางประตูเถิด” ลู่เฉินตอบ จากนั้นทั้งสองก็วิ่งไปที่ประตูด้วยความดีใจ
เมื่อประตูถูกเปิดออก ทั้งสองก็รีบเข้าไปและประตูก็ปิดออกทันที
แต่ทุกที่ในคฤหาสน์นั้นว่างเปล่า ทำให้เสี่ยเจี้ยนได้แต่มองไปรอบ ๆ อย่างสับสน “หมอเทวดา ท่านอยู่ที่ไหน?”
”เดินตรงมา”
ทั้งสองเดินไปข้างหน้าทันที แล