กลับมา ทว่าสายตาของนางก็ยังดูเหมือนจะไม่เชื่อคำของลู่เฉิน แต่ชายหนุ่มไม่คิดสนใจ ทำเพียงมองไปยังบนรถม้าที่ขณะนั้นมีอวิ๋นซานนอนพักผ่อนอยู่ รวมถึงคนอื่น ๆ ที่ได้รับบาดเจ็บก็นอนพักกันอยู่ริมทาง
ว่าแล้วลู่เฉินก็ใช้ ‘เคล็ดวิชานัยน์ตาปีศาจ’ ออกมาอีกครั้ง แล้วกวาดสายตามองโดยรอบ
เมื่อมองไปยังบ่าวไพร่ก็ไม่พบพลังปีศาจใด ๆ หรือแม้กระทั่งบนตัวท่านปู่ก็ยังไม่มี
กระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่อวิ๋นซานซึ่งนอนบาดเจ็บหมดสติอยู่ และพบว่าบนร่างของอวิ๋นซานมีกลิ่นอายปีศาจจิ้งจอกแฝงอยู่!
ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ซ่อนตัวอยู่ไม่แม้แต่จะขยับกาย ลู่เฉินที่เห็นดังนั้นก็พลันเผยยิ้มเย็นชาออกมา “ช่างบังอาจนัก กล้ามาทำให้คนตระกูลลู่เดือดร้อนไปด้วย!”
แต่เพื่อไม่ให้เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ชายหนุ่มจึงมองไปยังผู้คนที่อยู่รอบ ๆ แล้วกล่าวว่า “ข้าจะเข้าไปดูบาดแผลของอวิ๋นซานสักนิด พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน”
พูดจบลู่เฉินก็ขึ้นไปบนรถม้าและปิดหน้าต่างลง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ท่านปู่ตระกูลลู่ก็ร้อนใจขึ้นมา “หรือว่าเราควรไปที่ภูเขาเก้าสุขสงบ ให้หมอฉินตรวจดูสักนิดจะดีกว่าหรือไม่?!”
“ไม่จำเป็น ข้าทำได้” ลู่เฉินกล่าวอย่างยิ้ม ๆ แต่ท่านปู่ตระกูลลู่เหมือนจะอยากพูดอะไรบางอย่าง
แต่ปิงหลิวหลีกลับมองท่านปู่ตระกูลลู่ด้วยรอยยิ้ม และกล่าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน “วางใจเถอะ วิชาการแพทย์ของเขาเก่งกาจกว่าหมอฉินเสียอีก!”
“จริงหรือ?” ชายชราดูเหมือนจะไม่เชื่อ ลู่เฉินเ