ับคำท้า โจวอวี๋ก็พลันดีใจขึ้นมา
ปิงหลิวหลีเห็นเช่นนั้นก็หันไปถามลู่เฉิน “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? คิดจะสู้กับเขาจริง ๆ รึ?”
“วางใจได้ เขามีจุดอ่อน!” คำพูดของลู่เฉินทำให้โจวอวี๋ไม่พอใจ “ข้าเนี่ยนะมีจุดอ่อน?”
“รอให้ถึงสุสานโบราณด้านล่างเสียก่อน แล้วข้าจะบอกเจ้าเอง!” คำพูดของลู่เฉินทำให้โจวอวี๋งงงวย แต่เขาก็ยังคิดว่าตนเองไม่มีจุดอ่อน จึงตะโกนตอบไปว่า “เช่นนั้นเจ้าจะประลองกับข้าที่สุสานโบราณ?!”
“ใช่ เมื่อถึงสุสานโบราณ หากเจ้าชนะ ข้าจะบอกความลับของเคล็ดวิชาอสูรอัคคีเพลิง แต่ถ้าข้าชนะ เจ้าก็ต้องทำตามสัญญา!”
“ได้!” โจวอวี๋กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
ส่วนปิงหลิวหลีก็ยังคงฉงนอยู่ “หากไม่พึ่งข้า เจ้าจะชนะได้หรือ?”
ลู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็หันมามองหญิงสาว “เจ้าจงทำหน้าที่ตัวเองต่อไป อย่าได้พูดมาก!”
“ได้ ถึงยามนั้นอย่ามาขอร้องข้าก็แล้วกัน!” ปิงหลิวหลีแค่นเสียงหึ แล้วเริ่มย้ายก้อนหินเหล่านั้นต่อไป
ส่วนโจวอวี๋ก็ตั้งตารอที่จะเข้าไปในสุสานโบราณ พลางครุ่นคิดว่าจะจัดการลู่เฉินอย่างไร