ึ่ง ก่อนที่นางจะตะโกนว่า “นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?!”
ผู้ฝึกตนที่อยู่โดยรอบก็ดูตกใจไม่น้อย “ชายผู้นี้กำลังทำอะไร?”
ส่วนหลิวหยุนซานที่กำลังซ่อนตัวอยู่กลางฝูงชน เขาเองก็สงสัย “ศิษย์พี่สือ ไอ้หมอนั่นมันต้องการจะทำอะไรกันแน่?”
สือเซียวกล่าวอย่างเย็นชา “คงอยากตายละมั้ง?”
ครั้นเห็นท่าทีของคนเหล่านั้น โจวอวี๋พลันหัวเราะลั่น และกล่าวเตือนลู่เฉิน “น้องชาย อย่าเข้าไปใกล้ ระวังมันจะกินเจ้าเอานะ!”
“มันไม่กินข้าหรอก” ลู่เฉินกล่าวอย่างใจเย็น
หลังได้ยินเช่นนั้น โจวอวี๋ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ข้าว่านะ เจ้าต้องเป็นคนโง่แน่ ๆใช่หรือไม่?”
ผู้คนรอบข้างพากันกระซิบว่า “เจ้าหนุ่มคนนี้คิดหรือว่า เพียงแค่การเลียนเสียงสัตว์อสูร จะทำให้สัตว์อสูรระดับเก้าดาวตกใจกลัวจนหนีไป?!”
“เขาคงจะคิดเช่นนั้นแน่!”
สำหรับการเลียนเสียงสัตว์อสูร ทุกคนย่อมเคยเห็นมันมาแล้ว ผนวกกับท่าทีไร้ความกลัวของลู่เฉินในขณะนี้ พวกเขาจึงคิดว่าชายหนุ่มคงจะต้องการใช้ ‘การเลียนเสียง’ นั่นอีกเป็นแน่!
โจวอวี๋ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้ชมยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “น้องชาย เจ้ากำลังวางแผนที่จะแสดงอันใดกันแน่?”
“มันไม่ใช่การแสดง แต่ข้าสามารถทำให้มันอ่อนแอลงได้จริง ๆ!”
“อ่อนแอลง?” คนอื่น ๆ ไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายถึงอะไร และก็เป็นโจวอวี๋ที่ยิ้มและถามกลับไปว่า “อ่อนแอลง? นี่เจ้ากำลังล้อเล่นกับข้าหรือไร?”
ในเวลานี้ ทุกคนต่างเห็นว่ามือของลู่เฉินสั่นเล็กน้อย และ