งลู่เฉินยังคงไม่โต้ตอบ หลิวหยุนซานก็ยิ่งได้ใจ เขาล้อเลียนว่า “ดูเหมือนว่าหลังจากคู่หมั้นทิ้งไป เจ้าจะหันไปซบอกสาวใช้แทนสินะ!”
“ใครเป็นสาวใช้ของเขากัน?” ปิงหลิวหลีโกรธขึ้นมาทันที และในขณะที่นางโคจรแผ่ลมปราณออกไปก็พลันต้องตกใจ… เมื่อพบว่าอาการบาดเจ็บของตนเองนั้นบรรเทาลงแล้ว!
ไม่เพียงแค่นั้น ขั้นพลังของนางยังกลับมาอยู่ที่จุดสูงสุดก่อนหน้านี้เสียด้วย!
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ทำให้ปิงหลิวหลีมองเข้าไปในร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ อัคคีเพลิงบริเวณรากวิญญาณได้ถูกแสงสีทองแปลก ๆ พันโดยรอบ ทำให้เปลวไฟนั้นอ่อนลง และทันทีที่มันอ่อนลง พลังภายในรากวิญญาณก็ค่อย ๆ แทรกผ่านออกมาอย่างต่อเนื่อง
สิ่งนี้ทำให้ปิงหลิวหลีถึงกับประหลาดใจ แววตาที่ฉายชัดถึงความตกตะลึงของนางกำลังจับจ้องไปที่ลู่เฉิน
“นับว่าพอใช้ได้” การกระทำของลู่เฉินทำให้ปิงหลิวหลีพึมพำออกมาเสียงเบา
ทางด้านสือเซียว หลังจากที่พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาก็รีบสั่งให้ทุกคนถอยออกไปทันที
ปิงหลิวหลีใช้จังหวะนี้เดินออกไปด้านหน้า นางยิ้มให้บรรดาศิษย์จากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ “ใครอยากจะตายก่อน?”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น สือเซียวก็เอ่ยตอบกลับมาว่า “แม้เจ้าจะอยู่ในขั้นก่อกำเนิด ข้าก็ไม่กลัว!”
“โอ้! เจ้าดูมั่นใจดีหนิ?” ปิงหลิวหลีเอ่ยเย้า และในจังหวะนั้นเอง พลังปราณของสือเซียวพลันแผ่กระจายออกมา ก่อตัวเป็นชั้นแสงสีน้ำตาลเข้าปกคลุมทั่วร่างกายของเขา