ีกฝ่ายว่า “พี่ลู่ ข้าขอร้องท่านเรื่องหนึ่งได้หรือไม่?”
“พูดมา!”
สายตาเช่นนั้นทำให้จิ่วโหยวรู้สึกกระดากอายเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “สำนักเก้าสุขสงบของข้าอ่อนแอลงเรื่อย ๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป …สำนักของข้าก็จะหายไปโดยสิ้นเชิง!”
“เช่นนั้นก็จงบอกข้ามา ว่าเจ้าต้องการให้ข้าทำอันใด?” ลู่เฉินรู้ดีว่าสำนักเก้าสุขสงบสำคัญกับจิ่วโหยวเพียงใด เขาจึงเต็มใจที่จะช่วย! อีกทั้งจิ่วโหยวยังถูกกลุ่มคนลึกลับจากแดนเซียนทำให้กลายเป็นเช่นนี้ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเขา!
ครั้นได้ยินเช่นนั้น จิ่วโหยวก็สบายใจขึ้น “ช่วยสำนักเก้าสุขสงบของข้าเถิด รับสมัครศิษย์ที่เก่งกาจหรือมากพรสวรรค์ จากนั้นก็ทำให้สำนักนี้ค่อย ๆ เข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง!”
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวซึ่งกำลังหมดสติ และเอ่ยด้วยอารมณ์ขุ่นมัวว่า “สำนักเก้าสุขสงบ ควรเปิดรับคนที่มีความสามารถมากกว่านี้จริง ๆ!”
“เจ้าเองก็เห็นด้วย?” จิ่วโหยวตื่นเต้นขึ้นมา
ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น และถามกลับไปว่า “เจ้าคิดว่าข้าจะบอกปัดหรือไร?”
“ขอบคุณ!” จิ่วโหยวกำลังจะคำนับลู่เฉิน ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มแล้วกล่าวขัดขึ้นมาเสียก่อน “เหตุใดเจ้าจึงต้องสุภาพกับข้านักเล่า?”
จิ่วโหยวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกอับอายเล็กน้อย
ขณะนั้นเอง ปิงหลิวหลีคล้ายกำลังได้สติขึ้นมา จิ่วโหยวจึงกล่าวว่า “ข้าออกมานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาต้องจากกันเสียที!”
”ไปเถอะ!”
หลังจากที่ลู่เฉินเอ่ยจบ จิ่ว