ากเขากันแน่!
เมื่อลู่เฉินเดินเข้าไปด้านใน ประตูหินพลันปิดลง ทำให้บริเวณโดยรอบนั้นมืดสนิท
เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหยิบเอาศิลาวิญญาณระดับต่ำที่กะพริบแสงสีเขียวจาง ๆ ออกมา ก่อนที่มันจะสาดแสงสร้างความสว่างให้กับพื้นที่โดยรอบ
เมื่อกลับมามองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง เขาจึงเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า ทว่าเพียงแค่ก้าวไปได้สองสามก้าว ชายหนุ่มกลับพบว่าลมหายใจของตนเองเกิดความผิดปกติเล็กน้อย!
ลู่เฉินรีบกลั้นลมหายใจทันที และพึ่งพาพลังปราณที่อยู่ภายในร่าง
ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “นี่ท่านคิดอยากเชิญข้ามา หรือว่าต้องการทำร้ายข้ากันแน่?”
“ข้าเพียงแค่ต้องการดู …ว่าคนหยิ่งทะนงเช่นเจ้าจะสามารถฝ่ามันมาหาข้าได้หรือไม่!” หญิงสาวเอ่ยกระเซ้า และนั่นทำให้ลู่เฉินอดยิ้มไม่ได้ “ท่านเรียกข้ามาก็ด้วยเหตุนี้?”
“ใช่ ข้าอยากเห็นความสามารถของเจ้า!” นางยังคงกล่าวต่อไป
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เฉินจึงหันกลับไป ก่อนจะเริ่มมองหากลไกที่ประตูหิน
“ไม่ต้องมองหามันให้เสียเวลาหรอก เพราะเมื่อประตูหินนี้ปิดลงก็จะไม่มีใครสามารถเปิดมันได้อีก นอกจากข้าคนนี้!” เจ้าสำนักกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ลู่เฉินคลี่ยิ้มออกมา “ข้าไม่อยากสร้างปัญหา เพราะฉะนั้นอย่ามายุ่งกับข้าจะดีกว่า!”
“อะไรนะ นี่ข้าทำให้เจ้าโกรธงั้นหรือ?” น้ำเสียงเจ้าสำนักเปล่งออกมาคล้ายกับอารมณ์ดี
ลู่เฉินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า “หากนี่ไม่ใช่สำนักเก้าสุขสงบ ข้าเกรงว่ามันคงไ