งปรากฏอยู่ในงานนั้นอย่างคาดไม่ถึง!
นับตั้งแต่ที่ประสาทสัมผัสทั้งหกของหลี่เยว่หานเริ่มเฉียบคมขึ้น นางพบว่าจิตใต้สำนึกของตนมักจะจดจำสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมาย แล้วร่างกายจะคอยเตือนนางผ่านนิมิตหรือความฝันในรูปแบบอื่น
ตอนที่เห็นหลินเฟิงครั้งแรกนางแค่รู้สึกคลับคล้ายคลับคลา แต่พอเผลอหลับไปท่ามกลางเสียงเพลงของนักสังคีต นางก็ฝันเห็นชายคนนี้ทันที
ไม่ว่าความฝันนี้จะแม่นยำเพียงใด หลี่เยว่หานรู้สึกว่านางต้องรีบส่งข่าวนี้ไปให้ถึงมือเมิ่งฉีฮ่วนโดยเร็วที่สุด
หลังจากออกจากหอฝานเทียน หลี่เยว่หานไม่ได้มุ่งหน้ากลับจวนอ๋องทันที แต่นางสั่งให้คนขับรถม้าไปจอดรอในตรอกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง นางรออยู่บนรถ ส่วนอวี้จวงปลีกตัวไปเชิญจีหยางมาพบ
“นายหญิง” จีหยางขานเรียกอย่างสุภาพจากด้านนอกรถม้า
“ขึ้นมาคุยข้างบนนี่” หลี่เยว่หานผลักประตูรถม้าออก จีหยางก้าวขึ้นมานั่งด้านใน แต่นางไม่ได้ปิดประตูลง โดยมีอวี้จวงคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยอยู่ด้านนอก
“คนที่เหมาห้องระดับสวรรค์และระดับหยกในช่วงนี้ เจ้าพอจะรู้ที่มาที่ไปของพวกเขาบ้างหรือไม่?” หลี่เยว่หานเอ่ยถาม
จีหยางลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ข้าพอจะเดาได้คร่าว ๆ แต่ยังไม่แน่ชัดนักขอรับ”
“ลองว่ามา” หลี่เยว่หานตัดสินใจรับฟัง ชายอย่างจีหยางที่เคยประคองร่างกายอันเจ็บป่วยจนสร้างตัวและขยายกิจการหอฝานเทียนให้ยิ่งใหญ่ได้ ย่อมมีสายตาที่มองคนไม่ธรรมดา นางจึงเชื่อมั่นในทุกคำที่เขากำลังจะพูด
“พวกเข