างหลันซั่ว ทั้งยังออกไปเดินเล่นที่ถนนด้วยกันอีกด้วย”
แววตาของหลี่เยว่หานหม่นลงทันที “แม่นางหลันซั่ว? ยอดบุปผางามแห่งหอฝานเทียนน่ะหรือ?”
“หลันซั่วมีนามในวงการว่าแม่นางเยว่เซ่อขอรับ” จีหยางกล่าวเสียงเบา “แม้ว่านางจะเป็นคนของนายหญิงเหมือนกับข้า แต่ตั้งแตเกิดเรื่องเมื่อปลายปีก่อน นางก็ดูเหมือนจะมีความลับ และไม่ค่อยเล่าอะไรให้ข้าฟังเหมือนแต่ก่อนแล้ว”
“ปลายปีก่อน?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว “เรื่องที่ข้ากับท่านอ๋องบาดหมางกัน จนท่านอ๋องไปทุ่มเงินซื้อตัวแม่นางเยว่เซ่อเพื่อค้างแรมคืนหนึ่งนั่นน่ะหรือ?”
“นั่นแหละขอรับ” จีหยางพยักหน้า “นายหญิง… ข้าจะคอยจับตาดูหลันซั่วให้ดีขอรับ” พูดจบเขาก็ส่งสายตาที่มั่นคงให้หลี่เยว่หาน ก่อนจะหลบเข้าทางเดินเล็ก ๆ เพื่อกลับไปทางหลังหอฝานเทียน
“หลันซั่ว… แม่นางเยว่เซ่อ…” ระหว่างทางกลับจวน หลี่เยว่หานขบคิดเรื่องนี้ไม่ตก นางรู้ดีว่าหลันซั่วคืออันดับหนึ่งในหอฝานเทียน เป็นที่หมายปองของขุนนางมากมาย แต่นางยึดถือพรหมจรรย์และไม่เคยขายตัว
ดังนั้นตอนที่มีข่าวลือว่าเมิ่งฉีฮ่วนไปหาความสำราญกับนาง หลี่เยว่หานจึงไม่ได้เอะใจในตอนแรก
แต่เมิ่งฉีฮ่วนในตอนนั้นเพียงแค่สร้างสถานการณ์ตบตาคนภายนอก หากหลันซั่วมิใช่คนที่เขาไว้ใจได้ มีหรือเขาจะกล้าใช้นางเป็นเครื่องมือ?
หรือว่า… นายที่แท้จริงของหลันซั่วก็คือเมิ่งฉีฮ่วน?
แล้วเหตุใดพวกของหลินเฟิงถึงเข้ามาติดพันนาง? พวกเขาต้องการล้วงความลับเกี่ยวก