งนี้ แถมยังมีคนซุ่มรออยู่ถึงสี่คน ถังตงฝานคาดเดาว่าอีกสองคนที่เหลือน่าจะเป็นอาวุโสใหญ่ และอีกคนคงเป็นองครักษ์ข้างกายของเมิ่งฉีฮ่วน
“ไปกันเถิด พี่จงเจิ้ง ท่านคงไม่ถือสาหากข้าจะร่วมใช้อ่างน้ำเดียวกับท่านหรอกนะ!” ถังตงฝานตบไหล่จงเจิ้งอวี่พลางหัวเราะร่าอย่างคนคุ้นเคย
“ถึงถือสาไปก็ไร้ประโยชน์ ของดีเช่นนี้ข้าคงไม่อาจปล่อยให้เสียของเพียงลำพังได้” จงเจิ้งอวี่หัวเราะตอบ
ถังซีฟานมองแผ่นหลังของคนทั้งสองที่เดินกอดคอกันเข้าไปด้วยรอยยิ้ม
นางจำไม่ได้แล้วว่าภาพเช่นนี้เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อใด ราวกับว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นเรื่องราวของชาติที่แล้ว
ในห้วงความคิดของถังซีฟานมีความทรงจำอันมหาศาล นอกจากช่วงเวลาห้าร้อยปีที่ผ่านมานี้ นางยังมีความทรงจำจากชาติปางก่อน ชาติที่นางเคยเกิดเป็นชายผู้รักสนุกคนหนึ่ง
ภาพราง ๆ ในความทรงจำค่อย ๆ ซ้อนทับกับทัศนียภาพเบื้องหน้า ทำให้ถังซีฟานรู้สึกหวนระลึกจนจิตใจสั่นคลอน
หากน้องสามและน้องสี่ยังอยู่ด้วยกันในตอนนี้… จะดีเพียงใดหนอ
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็เบือนหน้าหนีและแอบขอบตาแดงก่ำอยู่เพียงลำพัง
ขณะที่ถังตงฝานและจงเจิ้งอวี่เข้าไปแช่น้ำในห้อง ถังซีฟานก็ทำทีเป็นดูแลไม้ดอกไม้ประดับอยู่ในลานเรือน จนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด นางจึงแสร้งทำเป็นเดินออกจากเรือนไปชั่วคราว
หลังจากถังซีฟานออกไปได้ไม่นาน หลี่เยว่หานก็สัมผัสได้อย่างเฉียบคมว่าพวกอาวุโสสองมาถึงแล้ว นางสะกิดเมิ่งฉีฮ่วนเบา ๆ เป