ขาก็ยังหายตัวไปอยู่ดี
หากจะพูดไป คนที่สังเกตเห็นว่าเขาหายไปก็คือเจียงหมิง แม้ว่าพวกเขาจะพักอยู่ที่เมืองเทียนซิงอู่เหอมานาน และถังซีฟานไม่กล้ามาเซ้าซี้หลี่เยว่หาน แต่เขากลับลากเจียงหมิงไปคุยจุกจิกด้วยไม่เว้นแต่ละวัน
วันแรกที่ถังซีฟานไม่กลับมา เจียงหมิงยังนึกว่าเขาคงเที่ยวเล่นเพลินจนลืมเวลาและพักค้างคืนอยู่ข้างนอก
ทว่าพอเข้าสู่วันที่สองก็ยังไร้ร่องรอย เจียงหมิงจึงเริ่มตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขารอจนกระทั่งพลบค่ำก็ยังไม่เห็นวี่แวว จึงรีบมาหาหลี่เยว่หานทันที
“ปกติแล้วเขามักจะชอบไปที่ไหน?” เมื่อได้ยินเจียงหมิงบอกว่าถังซีฟานหายตัวไป ความรู้สึกแรกของหลี่เยว่หานคือคิดว่าเขาคงไปเที่ยวเล่นตามประสา
“เขาชอบไปตามเหลาอาหารหรือร้านน้ำชาเพื่อฟังนักเล่านิทานขอรับ วันนี้ข้าส่งคนไปหาตามร้านทุกแห่งในละแวกนี้แล้ว แต่ก็ไม่พบร่องรอยเลย” เจียงหมิงเอ่ยด้วยความกลัดกลุ้ม
ถังซีฟานนั้นหากพูดกันตามตรงก็ไม่ต่างจากเด็กยักษ์ที่ซื่อจนบื้อ ช่วงแรกที่ย้ายมาพักที่เมืองเทียนซิงอู่เหอ เขายังร่าเริงกระดี๊กระด๊าออกไปเที่ยวเล่นจนถูกดักปล้นในซอยเปลี่ยว หากไม่ใช่เพราะเขายังพอมีฝีมืออยู่บ้าง ป่านนี้คงถูกฆ่าชิงทรัพย์ไปนานแล้ว
แม้เมืองเทียนซิงอู่เหอจะมีพรรคใหญ่คอยควบคุม แต่นี่ก็เป็นดินแดนไร้ขื่อแป เรื่องพรรค์นี้จึงเกิดขึ้นได้เสมอ
“ตอนเขาออกจากบ้านครั้งสุดท้าย ได้บอกเจ้าไหมว่าจะไปที่ไหน?” หลายวันมานี้หลี่เยว่หานมัวแต่วุ่นอยู