งอื่น เขาอาศัยความมืดในยามวิกาล ใช้ผ้าปูเตียงที่แกะออกมาห่อร่างที่แข็งทื่อของชายผู้นั้นไว้ แล้วใช้มูลวัวพรางตาแบกขึ้นบ่า เมื่อเข้าเมืององครักษ์เวรยามถามว่าแบกอะไรมา หลี่ต้าฉิงก็เพียงบอกว่าไปเก็บท่อนไม้มาจากนอกเมือง แล้ว “บังเอิญ” ทำมูลวัวก้อนหนึ่งหล่นออกมาจากห่อผ้า
ทหารยามเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจทันที แล้วรีบไล่ให้เขากลับไปเร็ว ๆ
คืนนั้นเอง บ้านที่หลี่ต้าฉิงพักอาศัยก็เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ มูลวัวถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น เปลวเพลิงโหมกระหน่ำจนเกือบจะลามไปถึงบ้านของยายหลงที่อยู่ข้าง ๆ
หลังจากดับไฟได้สนิท ทางการพบศพชายคนหนึ่งในซากบ้านที่พังทลาย เมื่อสอบถามจากยายหลงว่าหลี่ต้าฉิงอาศัยอยู่เพียงลำพัง ประกอบกับคำให้การของทหารยามหน้าประตูเมือง จึงสันนิษฐานว่าหลี่ต้าฉิงเก็บท่อนไม้มาหวังจะเผาให้ความอบอุ่นตลอดคืน แต่กลับโชคร้ายทำไฟไหม้คลอกตัวเองตาย
ในขณะเดียวกัน ที่ท่าเรือ ณ หอจิ่วอวี๋ มีแขกมาเยือนเรือสินค้าที่เพิ่งจอดเทียบท่าอยู่หลายคน หนึ่งในนั้นเมื่อก้าวเข้ามาในหอจิ่วอวี๋ ก็ตรงเข้าไปถามผู้ดูแลร้านโจวเรื่องการขอทำเอกสารยืนยันตัวตนและทะเบียนบ้านใหม่ทันที