งส่งจดหมายมาเพื่อยืนยันความผิดของตนเองและองค์ชายแคว้นแม่โดยไม่มีเหตุผล แต่ในตี้เป้ากลับเขียนว่าเมิ่งฉีฮ่วนกล่าววาจาโอหังกลางท้องพระโรง และใส่ร้ายว่าแคว้นเหลี่ยหลานมีเจตนาแอบแฝงในการใส่ความองค์ชายรอง
ยอดฝีมือ… เป็นยอดฝีมือจริง ๆ
นางวางตี้เป้าลงแล้วหันไปมองอวี๋หลันที่เป็นคนนำข่าวมาให้ “ขอบคุณมากนะพี่หญิง”
“เรื่องเล็กน้อยน่ะ” อวี๋หลันฉีกยิ้มกว้าง “นับตั้งแต่การกลับมาของฉีอ๋อง สถานการณ์ในเมืองหลวงก็ดูจะตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ถึงข้าจะเป็นเพียงสตรีในห้องหอ แต่ก็พอจะสัมผัสได้ว่ายามนี้ไม่เพียงแค่เมืองหลวงที่จะเกิดพายุใหญ่ แต่ดูเหมือนทั้งแคว้นกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว… น้องเยว่หาน เจ้าว่าฉีอ๋อง… จะได้ขึ้นครองราชย์ไหม?”
ขณะที่พูด แววตาของอวี๋หลันเป็นประกายด้วยความคาดหวังบางอย่าง หลี่เยว่หานหรี่ตาลงเล็กน้อยแต่ไม่ได้รีบร้อนตอบ
“ตามธรรมเนียมเก่า หากฝ่าบาทจะส่งต่อราชบัลลังก์ คนแรกที่ควรจะได้รับก็คือฉีอ๋อง” อวี๋หลันเห็นหลี่เยว่หานเงียบไปจึงพูดต่อ “แต่บรรดาองค์ชายต่างก็แย่งชิงตำแหน่งนี้กันมานับสิบปี อยู่ ๆ มีฉีอ๋องโผล่มา ข้าเกรงว่าพวกเขาจะร่วมมือกันต่อต้านฉีอ๋องน่ะสิ”
ความคิดของอวี๋หลันนั้นไม่ผิด หากหลี่เยว่หานเป็นนางก็คงคิดเช่นเดียวกัน
เรื่องที่แย่งชิงกันมานานกว่าสิบปีแต่ยังไร้ข้อสรุป จะยอมให้ใครที่ไหนไม่รู้มาชุบมือเปิบไปง่าย ๆ ได้อย่างไร
ทว่าอวี๋หลันก็เป็นเพียงสตรีที่เติบโตมาในห้องหอ หากไม่ใช่เพราะช่ว