จากสุสานอนาถา ป่านนี้เด็กคนนั้นคงไม่รอด เรื่องนี้… เกี่ยวข้องกับพี่รองใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำถาม เมิ่งฉีฮ่วนเพียงปรายตามองจงเจิ้งอวี่นิ่ง ๆ โดยไม่ตอบคำถามนั้น
แต่จงเจิ้งอวี่กลับมองว่านั่นคือคำยืนยัน “ข้าว่าแล้วเชียว! จุดอ่อนที่ใครจะแตะต้องไม่ได้ของท่านมีเพียงฮั่นหรงฟูเหรินเท่านั้น!”
“องค์ชายสามคงลืมไปแล้วว่า เปิ่นหวังกับฮั่นหรงฟูเหรินไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก” เมิ่งฉีฮ่วนตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย “อีกอย่าง ตอนที่นางคลอดลูก เปิ่นหวังก็ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง จะไปรู้เรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ท่านอย่าได้เดาสุ่มไปเรื่อยเลย เปิ่นหวังไม่อยากมีชื่อไปพัวพันกับแม่นางชาวบ้านคนนั้นอีก”
จงเจิ้งอวี่ได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้ารับคำทันที “ท่านอาสั่งสอนได้ถูกต้อง ข้าจะจำไว้ ต่อไปจะไม่เอ่ยถึงแม่นางชาวบ้านคนนั้นต่อหน้าท่านอีกเด็ดขาด!”
เมื่อเห็นจงเจิ้งอวี่รับคำง่าย ๆ เมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ เขาเดินพ้นประตูวังแล้วก้าวขึ้นรถม้าของจวนอ๋องทันที
ทันทีที่อยู่ตามลำพังในรถม้า ใบหน้าเฉื่อยชาเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
จงเจิ้งอวี่เดาไม่ผิดเลย และเมิ่งฉีฮ่วนเองก็ไม่เคยคิดจะซ่อนเร้นความปรารถนาที่จะฆ่าจงเจิ้งเซวียน
ตอนที่หลี่เยว่หานคลอดลูกแล้วเสียเลือดมาก หมอกู่เคยบอกเขาตั้งแต่ตอนที่เขากลับเข้าเมืองหลวงแล้วว่า สาเหตุมาจากเธอถูกพิษเรื้อรัง และพิษชนิดนี้ประหลาดนัก ยามปกติจะไม่มีทางตรวจพบ แต่จ