พูดไปหมิงจูก็โขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรง
ทันทีที่ได้ยินว่าหลี่เยว่หานตกเลือด ฮองเฮาและพระชายามู่อันต่างก็รู้สึกเย็นวาบไปตามแผ่นหลัง รีบหันหลังกลับแล้ววิ่งเข้าไปในห้องอุ่นทันที
คังโหรวยังพอมีสติมั่นคงกว่า ในยามที่หมิงจูวิ่งออกไปอ้อนวอนฮองเฮาและพระชายามู่อัน คังโหรวก็ได้วิ่งไปเชิญหมอกู่ที่ยังคงอยู่ในจวนให้รีบมาดูอาการแล้ว
การคลอดครรภ์นี้ของหลี่เยว่หานเดิมทีก็เสี่ยงอันตรายยิ่งนัก เดิมทีหมอกู่คอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดว่าหลี่เยว่หานจะเกิดอาการตกเลือดหรือไม่ เมื่อเห็นว่านางคลอดได้อย่างปลอดภัยเขาก็คิดว่าคงไร้กังวลแล้ว นึกมิถึงว่าในยามนี้กลับเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น ทำให้หมอกู่เองก็ร้อนรนจนนั่งไม่ติด
ฮองเฮาและพระชายามู่อันยืนเคียงข้างกัน มองดูหมอกู่ฝังเข็มจนเต็มแขนของหลี่เยว่หาน ความวิตกกังวลปรากฏชัดบนใบหน้า แต่กลับมิกล้าเอ่ยปากถามหมอกู่ว่าสถานการณ์ในยามนี้เป็นอย่างไรบ้าง
“เฮ้อ” หมอกู่ทอดถอนใจ ลุกขึ้นประสานมือคำนับฮองเฮาและพระชายามู่อันแล้วเอ่ยว่า “อาการตกเลือดของฮั่นหรงฟูเหรินนั้น กระหม่อมจนปัญญาจะรักษาแล้ว มิทราบว่าฮองเฮาจะทรงส่งคนไปเชิญท่านผู้เฒ่าฉาง อดีตเจ้ากรมหมอหลวงมาได้หรือไม่ขอรับ?”
เพียงได้ยินชื่อของท่านผู้เฒ่าฉาง ฮองเฮาและพระชายามู่อันก็พลันมีความหวังขึ้นมาทันที ผู้นั้นคือยอดหัตถ์รักษาโรคสตรีที่เป็นที่เลื่องลือไปทั่วหล้า เคยมีฮูหยินบางท่านประสบปัญหาคลอดลำบากจนขาข้างหนึ่งก้าวเข้าไปในประตู