่เคยปิดบังอะไรเลย แต่นั่นยังไม่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ชายผู้นั้นมักพาคนอื่นมาด้วย หญิงสาวทั้งวังใต้ดินถูกย่ำยีอย่างไร้ศักดิ์ศรี ไม่เคยมีการปิดบังใด ๆ เลย!”
พูดมาถึงตรงนี้ กัวหรูหานก็ร้องไห้ออกมาจนได้ “ต่อมาน้ำขมที่ข้าดื่มสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ สติก็ค่อย ๆ พร่าเลือน หากไม่ได้พบท่านป้าฟางวันนี้ ข้าคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร”
ฟางจื่อหลานฟังเรื่องราวของกัวหรูหานจบ ก็รู้สึกปวดใจยิ่งนัก จึงกอดกัวหรูหานไว้พลางร้องไห้ “ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว หรูหานอย่าร้องไห้ หรูหานเชื่อฟังนะ ป้ากับพี่สาวจะปกป้องหรูหานเอง หรูหานอย่าร้องไห้…”
“ท่านป้า” กัวหรูหานสะอื้นพลางดิ้นออกจากอ้อมกอดของฟางจื่อหลาน แล้วพับแขนเสื้อยื่นให้ฟางจื่อหลานดู “ท่านป้า ข้าคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว ถึงข้าจะไม่รู้ว่านี่คือโรคอะไร แต่ข้าเดาว่าต้องเป็นกามโรคชนิดหนึ่งแน่ ๆ ตั้งแต่เดือนก่อน เวลาที่ข้ามีสติ ก็รู้สึกได้ว่าตรงนั้นเจ็บปวดและมีกลิ่นเหม็น ข้าคงอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว…”
ฟางจื่อหลานตกใจ มองแขนของกัวหรูหานที่เต็มไปด้วยตุ่มแดง น้ำตาไหลด้วยความเจ็บปวดใจ “หรูหานไม่ต้องกลัว ป้าจะพาเจ้าไปหาหมอที่ดีที่สุด พวกเราต้องรักษาโรคนี้ให้หายได้ ไม่ต้องกังวลนะ!”
นอกห้องโถง จงเจิ้งอวี่ยืนอยู่ที่ประตูฟังเรื่องราวที่กัวหรูหานเล่าจนจบ รู้สึกทั้งเจ็บปวดและโกรธแค้น จนกระทั่งได้ยินกัวหรูหานบอกว่าตนเป็นกามโรค จึงร