หลังจากพูดจบ นางก็ลุกขึ้นจะวิ่งชนเสา
น่าเสียดายที่ในศาลมีทหารถือไม้ตะบองยืนอยู่สองข้าง สะใภ้ว่านไม่เพียงแต่ชนไม่ถึงเสา แต่ยังถูกทหารกดตัวลงกับพื้น ขยับตัวไม่ได้
กลัวว่าสะใภ้ว่านจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายอีก ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่คนไหนถอดรองเท้าของตัวเอง แล้วยัดเข้าไปในปากของนางอย่างรวดเร็ว…
หลังจากเจ้าหน้าที่ถอยออกไป สะใภ้ว่านถูกมัดอย่างแน่นหนา ในปากยังมีรองเท้าทางการยัดอยู่ นอนอยู่บนพื้นดูน่าสงสารยิ่งนัก
เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้น จงเจิ้งอวี่ก็ขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้
คราวนี้ท่านผู้ว่าการกลับไม่มองจงเจิ้งอวี่ เขารู้สึกไม่พอใจกับสะใภ้ว่านที่จู่ ๆ ก็จะวิ่งชนเสาฆ่าตัวตาย จึงตบไม้เคาะบัลลังก์หลายครั้งทันที แล้วตวาดเสียงดุ “คดีนี้ข้าจะตัดสินเอง หากผู้ใดคิดจะก่อความวุ่นวายในศาล จะถูกเนรเทศตามกฎหมาย!”
ผู้ดูแลร้านโจวที่คุกเข่าอยู่ด้านข้างพูดขึ้นทันที “ข้านึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ บางทีอาจพิสูจน์ได้ว่าสตรีผู้นี้กำลังใส่ร้าย!”
“หืม?” ท่านผู้ว่าการขมวดคิ้ว แล้วพูดทันที “เล่ามาให้ละเอียด!”
“ประมาณครึ่งเดือนก่อน ไม่กี่วันก่อนที่ฮั่นหรงฟูเหรินจะระดมทุนสร้างหมู่บ้านผู้อพยพขึ้นใหม่ มีคนมาขอซื้อร้านจือเป่าจายของข้า แต่ร้านจือเป่าจายของพวกข้าเพิ่งเปลี่ยนเจ้าของใหม่เมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนี้กิจการก็ดำเนินไปด้วยดี แน่นอนว่าพวกข้าไม่ยอมขาย หลังจากนั้นก็มีคนมาสร้างปัญหาให้ร้านจือเป่าจายของข้าทุกสองสามวัน ข้าคิดว่า คนที่อ้