่อเห็นหลี่เยว่หานที่ท้องโตกำลังจะลงมือทำงาน สีหน้าก็ดำทะมึนทันที แย่งของในมือนางมา “เจ้าไม่รู้หรือว่าตัวเองกำลังท้องแฝด จะบุ่มบ่ามเช่นนี้ได้อย่างไร ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กในท้องจะทำอย่างไร!”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู หลี่เยว่หานก็เงยหน้าขึ้น เห็นสีหน้าโกรธเล็กน้อยของเวินเทียนเหล่ยพอดี จึงอดยิ้มไม่ได้ “แต่ข้าอยู่ที่นี่มีความสุขนะ”
“ถึงจะมีความสุขก็ต้องรู้จักพอ ในเมื่อออกเงินไปแล้ว ทุกคนก็ได้ค่าจ้างทำงาน เจ้าจะมายุ่งทำไม” เวินเทียนเหล่ยโกรธมาก “การบูรณะหมู่บ้านผู้อพยพไม่ใช่เรื่องที่จะเสร็จได้ในวันสองวัน ถ้าเจ้าไม่คิดถึงตัวเอง ก็คิดถึงเด็กในท้องบ้างสิ”
ขณะที่เวินเทียนเหล่ยพูดอยู่นั้น รอบข้างก็มีผู้คนเดินผ่านไปมามากมาย
ช่วงนี้ทุกคนสนิทสนมกับหลี่เยว่หานแล้ว ในใจรู้สึกซาบซึ้งต่อหลี่เยว่หานจนพูดไม่ออก ดังนั้นถึงแม้เวินเทียนเหล่ยจะไม่เตือนให้หลี่เยว่หานระวังร่างกาย ทุกคนก็จะไม่ให้หลี่เยว่หานทำงานหนัก
ตอนนี้เวินเทียนเหล่ยพูดอย่างจริงจังเช่นนั้น คนรอบข้างจึงพากันเห็นด้วย “ท่านหญิง ท่านกำลังท้องแฝด ทนความเหนื่อยล้าเช่นนี้ไม่ได้หรอก อย่างไรพวกข้าก็เคยชินกับงานหนักอยู่แล้ว เรื่องเช่นนี้ให้พวกข้าทำก็พอ!”
“ใช่แล้ว จะให้ท่านทั้งออกเงินทั้งออกแรงได้อย่างไร ท่านออกเงิน พวกข้ารับรองว่าจะทำให้สวยงาม ท่านไปพักข้าง ๆ เถอะ ถ้าอยากช่วยจริง ๆ ก็เป็นผู้ควบคุมงานก็พอ!”
“ใช่ ขอให้ท่านหญิงเป็นผู้ควบคุมงานก็พอ!