ทานอาหารเช้า เมื่อหมิงจูเข้ามารายงานว่านางต้องการพบหลี่เยว่หานจึงอนุญาตให้พาเข้ามา
“คารวะฮั่นหรงฟูเหริน” ท่าทีของหวังเหอฮวาในครั้งนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากคิดทบทวนมาทั้งคืน นางจึงดูนอบน้อมและเคารพมากขึ้นกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ต้องมากพิธี” หลี่เยว่หานตอบเรียบ ๆ ขณะยังคงลิ้มรสโจ๊กปลาในชาม นับตั้งแต่ที่นางบอกว่าชอบโจ๊กปลานี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็สั่งให้ทางครัวทำให้นางทุกเช้า และมันก็ยังคงความสดใหม่และอร่อยเสมอ
“ข้าต้องการพบฮั่นหรงฟูเหรินเพราะข้าคิดตกแล้ว” หวังเหอฮวาพูดขึ้นหลังจากเห็นว่าหลี่เยว่หานเอาแต่กินข้าวโดยไม่ถามว่านางมาทำอะไร นางสูดหายใจลึกและพูดต่อ “ข้าเชื่อว่าข้าเป็นคนที่สำคัญในใจหลิ่วจื้อหย่วน การที่อยู่ ๆ ข้าถูกหลี่…สะใภ้ใหญ่ขับออกจากบ้าน ตำแหน่งของข้าในใจหลิ่วจื้อหย่วนย่อมไม่อาจวางใจได้ ข้ารู้ว่าชีวิตนี้ได้มาเพราะฮั่นหรงฟูเหรินช่วยไว้ ข้าสาบานต่อฟ้า หากวันใดที่ฟูเหรินต้องการ ข้าจะยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายช่วยฟูเหรินโดยไม่มีข้อแม้!”
หลี่เยว่หานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย วางชามโจ๊กปลาลง และมองหวังเหอฮวาด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนจะพูดขึ้น “ดูเหมือนว่าเจ้าจะแต่งเข้าตระกูลหลิ่วแล้วก็หัดอ่านตำราสินะ ไม่เช่นนั้น คำพูดแบบนี้เจ้าคงพูดไม่ได้แน่”
คำพูดของหลี่เยว่หานทำให้หวังเหอฮวาตกใจจนตัวสั่น นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหลี่หรงหรงไม่ได้เป็นศัตรูกับหลี่เยว่หานเพียงคนเดียว ตัวนางเองก็เคยมีความแค