ึงจัดการล้างหน้าล้างตาและดื่มโจ๊กปลาชามเล็ก ๆ ไปครึ่งชาม แม้ว่าจะอิ่มเกินไปเล็กน้อยจนต้องเดินเล่นย่อยอาหารในลานบ้าน
“ฮูหยิน!” ขณะที่แสงแดดเริ่มจ้าในเวลาใกล้เที่ยง นายประตูคนหนึ่งก็วิ่งมารายงานด้วยความเร่งรีบ “คนจากจวนกั๋วกงมาขอพบท่านขอรับ!”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ใครมา?”
“เป็นคุณหนูหลานจากจวนกั๋วกงขอรับ” นายประตูตอบ “นางบอกว่ามาตามคำสั่งของกั๋วกงฟูเหริน มีเรื่องสำคัญต้องคุยกับฮูหยิน บ่าวจึงมาขอคำอนุญาตจากฮูหยินว่าจะให้มาพบหรือไม่”
คนในจวนขุนพลล้วนมีความเฉลียวฉลาด แม้จะไม่มีใครพูดอะไรอย่างชัดเจน แต่ข่าวลือเรื่องที่กั๋วกงฟูเหรินมีความคิดจะยกลูกบุญธรรมให้มาเป็นอนุของท่านแม่ทัพนั้นกลับแพร่สะพัดในหมู่บ่าวรับใช้
ดังนั้นแม้ว่าหลี่เยว่หานจะออกคำสั่งว่าให้คนจากจวนกั๋วกงผ่านได้ทุกครั้งที่มา นายประตูก็ยังเลือกที่จะมาขออนุญาตจากหลี่เยว่หานก่อนเสมอ