ดฮูหยินจางเมตตา และมอบหนทางรอดแก่ลูกสาวข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ!” นางเฉาตื่นตกใจอย่างยิ่งกับคำพูดของฮูหยินจาง จนตับม้ามในร่างกายแทบระเบิด นางจะไม่เข้าใจความรุนแรงของสถานการณ์นี้ได้อย่างไร แม้แต่จ้าวซินเอ๋อร์ผู้หยิ่งผยองก็ยังไม่สามารถตอบสนองได้
“หาใช่ว่าข้าตัดหนทางของนางเสียเมื่อไหร่” ฮูหยินจางมองนางเฉาที่จับขานางพลางร่ำไห้ด้วยความรังเกียจอย่างยิ่ง นางกล่าวคำอย่างเยือกเย็น “ลูกสาวของเจ้าชี้นิ้วปรามาสคุณหนูใหญ่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย หากข้าไม่ลุกขึ้นมาปกป้องคุณหนูใหญ่ หากนายท่านรับทราบเรื่องราว ถึงคราวนั้นเจ้าคงไร้หนทางรอดอย่างแท้จริง”
หลังจากพูดเช่นนั้น ฮูหยินจางออกแรงเตะนางเฉาออกไปให้พ้นทาง นางหันกลับมามองเหยียนจื่อเซียงซึ่งยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์พลางกล่าวคำ “คุณหนูใหญ่ อย่าเก็บคำปรามาสของหญิงต่ำทรามมาใส่ใจเลยเจ้าคะ ตอนนี้คุณหนูลดน้ำหนักไปมากด้วยความช่วยเหลือของแม่นางหาน รูปลักษณ์ของท่านละเอียดอ่อนขึ้นมาก พวกเราล้วนเห็นมันได้ชัดเจน”
“เอาล่ะ” เหยียนจื่อเซียงพยักหน้าและโบกมือให้ฮูหยินจาง “ท่านยื่นมือมาสิ ให้ข้าดูว่าท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่”
หลี่เยว่หานที่ยืนอยู่ด้านข้างแทบระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดัง เหตุใดนางจึงถามว่ามือได้รับบาดเจ็บหรือไม่ แทนที่จะถามไปว่าเมื่อครู่นี้มือหักหรือเปล่า?
ในที่สุดจ้าวซินเอ๋อร์ที่ตะลึงงันก็กลับมาได้สติ เสียงของนางสั่นเครือ ดวงตาเบิกกว้างขณะจ้องมองฮูหยินจางที่ยื่นมือออก