่องเคียงอย่างผัก เห็ด และเครื่องใน
“อาหารสูตรใหม่ของเจ้าคืออะไร?” พอน้ำแกงเดือดแล้ว กลิ่นก็หอมฟุ้งกระจาย เวินเทียนเหล่ยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปในห้องครัว เพื่อหยิบชามและตะเกียบที่สะอาดชุดหนึ่งมา แล้วใช้ช้อนขนาดใหญ่ตักน้ำแกงจากหม้อไฟลงในชาม ขณะที่เขากำลังจะชิมน้ำแกงนั้น เขาก็ถูกหลี่เยว่หานหยุดไว้
“อาหารชนิดนี้หาได้กินเช่นนั้นไม่ เจ้าดูข้าทำให้ดูก่อนเถอะ”
พูดจบ หลี่เยว่หานก็หยิบจานส่วนผสมขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากใส่น้ำส้มสายชู เม็ดงา น้ำมันงา กระเทียมบด ผงพริกไทยเสฉวนและพริกบดลงไปในถ้วยแล้ว เธอก็ใช้ช้อนขนาดใหญ่ตักน้ำแกงและฟองไขมันลงในชามเล็กน้อย จากนั้นใช้ตะเกียบคลุกเครื่องปรุงรสทั้งหมดให้เข้ากัน เธอหยิบตะเกียบยาวขึ้นมาหนึ่งคู่ แล้วคีบเนื้อหั่นบางสองชิ้นลงในน้ำแกง
เนื่องจากเนื้อชิ้นบางมาก จึงสุกได้ในเวลาอันสั้น หลี่เยว่หานคีบชิ้นเนื้อขึ้นมา จิ้มน้ำจิ้มและใส่ในชาม คลุกไปมาด้วยตะเกียบที่สองสามครั้ง แล้วส่งชามให้เวินเทียนเหล่ย “พร้อมรับประทานแล้ว”
“นี่มันยุ่งยากมาก ข้าเห็นแล้วรู้สึกว่าช้ามาก” เวินเทียนเหล่ยบ่น ขณะที่รับชามและตะเกียบจากมือของหลี่เยว่หาน ใส่ชิ้นเนื้อที่ชุ่มฉ่ำจากน้ำจิ้มเข้าปาก แล้วลองลิ้มรสชิ้นเนื้อนั้นอย่างไม่ใส่ใจ
ทันใดนั้น ดวงตาของเวินเทียนเหล่ยก็เบิกกว้างขึ้น แล้วเขาก็กินเนื้ออีกชิ้นในชาม ก่อนส่งเสียง “โอ้โฮ” ออกมา จากนั้นเทเนื้อทั้งสองจานลงในหม้อ ยังไม่เพียงพอ เขาก็ยังเติมผั