เอ้อร์ซือเองก็ได้มาถึงแล้ว
ตอนที่เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานเข้ามา เขากำลังนั่งดื่มกับเวินเทียนเหล่ยพร้อมเสียงพูดคุยดังโหวกเหวกด้วยภาษาจีนเพี้ยน ๆ ของเขา
พอเห็นหลี่เยว่หานที่ผลักประตูเดินเข้ามา ดวงตาของหม่าเอ้อร์ซือก็เป็นประกายทันที “นี่ใช่สตรีที่จะมาให้ความสำราญกับพวกเราใช่หรือไม่”
“ท่านหม่าเอ้อร์ซือ ท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ” เวินเทียนเหล่ยฟังหม่าเอ้อร์ซือพูดแล้วก็รีบเปิดปากอธิบายอย่างรวดเร็ว “นี่คือท่านเมิ่ง เนื้อหาบางส่วนของการสนทนาของเราในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของเขา และอีกคนคือภรรยาท่านเมิ่ง เมิ่งฟูเหริน นางเชี่ยวชาญภาษาสันสกฤตและอยู่ที่นี่เพื่อแปลความหมายให้เราขอรับ”
“อย่างนี้นี่เอง…” แม้ว่าเวินเทียนเหล่ยจะอธิบายว่าหลี่เยว่หานเป็นใครแล้ว แต่ดวงตาของหม่าเอ้อร์ซือยังคงติดตรึงอยู่ที่ร่างของหลี่เยว่หาน “เหตุใดเมิ่งฟูเหรินถึงสวมผ้าคลุมเล่า? เอาเถิด ถอดมันออกให้เราได้ชมความงามเถิด!”