ยาในโรงหมอเสียอีก ว่าแต่โรงหมอที่ท่านพูดถึงคือที่ใดรึ?”
“โถงอันจี้ เป็นโรงหมอไม่ไกลจากโรงเตี๊ยม เมิ่งฉีฮ่วนบอกว่าที่นั่นเป็นโรงหมอใจทมิฬ เป็นความจริงหรือ?” หลี่เยว่หานถาม
“เป็นความจริง!” เวินเทียนเหล่ยดูขุ่นเคือง “โรงหมอแห่งนี้ชอบสร้างเรื่องวุ่นวายใหญ่โตในการรักษาโรค และมักจะรักษาคนเพียงครึ่งเดียวก่อน แล้วจู่ ๆ ก็เปลี่ยนเทียบยาให้คนป่วยอีกเทียบ เพื่อให้คนป่วยมากินยาที่ร้านของพวกเขาต่อไป การพบหมอในโถงอันจี้มีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยสิบตำลึงเงิน ท่านไปเชิญหมอจากโถงอันจี้มาได้อย่างไร?”
“เป็นเพราะข้าไม่คุ้นเคยกับเมืองหลิวชิง” หลี่เยว่หานพูดอย่างเขินอายเล็กน้อย “มันอยู่ทิศทางที่เสี่ยวเอ้อร์ชี้ให้ข้า ข้าพบที่นั่นหลังจากถามผู้คนมากมายระหว่างทาง และข้าก็ใช้เงินเพื่อถามไปเยอะ”
“ตรงข้ามโถงอันจี้คือโรงหมอเฉินจี้ หมอของพวกเขาไม่เพียงเชี่ยวชาญด้านการแพทย์สูงเท่านั้น แต่ยังใส่ใจในการใช้ยาด้วย ข้าเดาว่าเสี่ยวเอ้อร์ต้องการชี้ให้ท่านไปที่โรงหมอเฉินจี้ แต่ท่านกลับพบกับโถงอันจี้โดยไม่ได้ตั้งใจ”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ถอนหายใจ “มีคนบอกว่าหมอเป็นดังพ่อแม่ ทำไมคนเหล่านี้ถึงเป็นเช่นนี้ได้?”
“โถงอันจี้พอมีทักษะอยู่บ้าง แต่พวกเขามักจะใช้วิธีนี้กับผู้คนหน้าใหม่ ดังนั้นในเมืองหลิวชิง ยกเว้นพวกคนรวยที่จะเชิญหมอประจำร้านของพวกเขาไปพบที่บ้าน ผู้ป่วยที่มาพบหมอเป็นครั้งแรกจึงเหมือนเหยื่อที่จะถูกเชือดแค่รอบเ