คำพูดของฮูหยินฟังดูแปลก ๆ ข้าไม่สมควรอยู่ในห้องของฮูหยินหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนกอดผ้าห่มไว้ ซึ่งด้านบนยังเหลือกลิ่นกายของหลี่เยว่หาน นัยน์ตายังมีรอยยิ้มแฝงอยู่ “หรือข้าควรจะอยู่ในห้องของหญิงอื่นกัน?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็พูดออกมาอย่างติดขัด “ข้า…ข้าหมายความว่า ท่าน…ท่านจองไว้สองห้องมิใช่หรือ!”
“เจ้าคงไม่คิดจะไล่สามีของเจ้าไปนอนห้องเดียวกับคนขับรถม้าหรอกนะ?” เมิ่งฉีฮ่วนถอนหายใจอย่างระอาใจ “หากเป็นเช่นนั้น อีกไม่นานผู้คนทั้งหมู่บ้านไป๋อวิ๋นคงจะรู้ว่าพวกเราเพียงแต่งงานกันปลอม ๆ?”
“ข้า…ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…” หลี่เยว่หานรู้สึกมึนงงไปหมด หญิงสาวไม่ตอบโต้ใด ๆ กับเมิ่งฉีฮ่วน เธอทำเพียงกลั้นลมหายใจและนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นำหวีขึ้นมาหวีผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของตน
“เยว่หาน” เมิ่งฉีฮ่วนพูดขึ้นมาอีกครั้ง “วันนี้เราต้องไปพบคุณชายเวินที่หอเซียนเมามาย ข้าเตรียมเสื้อผ้าให้เจ้าแล้ว อีกครู่อย่าลืมเปลี่ยนเสียล่ะ” พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนจึงลุกขึ้นจากเตียงเพื่อยืดเส้นยืดสาย สวมเสื้อคลุมและออกไปหาน้ำล้างหน้า
จนกระทั่งเมิ่งฉีฮ่วนออกจากห้องไป หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของหลี่เยว่หานจึงค่อย ๆ สงบลง
มองซ้ายมองขวาแล้ว เพียงไม่นานหลี่เยว่หานก็หาชุดที่เมิ่งฉีฮ่วนเตรียมไว้ให้พบ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านหลังฉากกั้นเรียบร้อย หลี่เยว่หานก็ได้รู้ว่าชุดนี้เต็มไปด้วยลวดลายที่ดูแปลกใหม่ เมิ่งฉีฮ่วนยังรอบคอบมากพอ