ัง ทำให้ไปสัมผัสขาของเมิ่งฉีฮ่วนเข้า
เมิ่งฉีฮ่วนที่งีบหลับไปในตอนแรกนั้น เมื่อถูกนางสัมผัสเข้า ก็ตกใจจนลืมตาขึ้นมาทันที
เมื่อมองผ่านแสงจันทร์ที่มืดสลัวนั่น หญิงสาวเห็นแววตาเยือกเย็นที่มีเจตนาฆ่าของเมิ่งฉีฮ่วนสว่างวาบขึ้น เจตนาฆ่านั้นซึมเข้าไปยังไขกระดึก ทำให้หญิงสาวถึงกับสั่นสะท้านทั่วแผ่นหลัง
“ท่าน…ท่านมองข้าเช่นนี้ทำไมกัน…” หลี่เยว่หานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดขัด
“ขอโทษ” เมิ่งฉีฮ่วนได้สติกลับมาจึงเก็บขาของตนกลับเข้าไป “ข้าชินเสียแล้ว”
พูดจบ เขาจึงก้มตัวออกจากรถม้าไป ถามคนขับรถม้าถึงระยะทางไปยังเมืองหลิวชิงนั้นอีกไกลเท่าไหร่กัน ทิ้งหลี่เยว่หานให้อยู่ภายในรถม้าที่มืดมิดนี้เพียงลำพัง
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังรู้สึกว่าบรรยากาศดูอึดอัด เมิ่งฉีฮ่วนก็ก้มตัวเข้ามาภายในรถม้าพอดี “คนขับรถม้าบอกว่าเราอาจจะต้องเสียเวลาอยู่ในอำเภอหย่งอัน อาจจะใช้เวลาอีกหนึ่งก้านธูป จึงจะเดินทางไปถึงเมืองหลิวชิงได้ บริเวณนี้ไม่มีที่พักชั่วคราว เกรงว่าอาจจะต้องเดินทางช่วงกลางคืน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้ารับ “ไม่เป็นไร ข้าจะออกไปสูดอากาศด้านนอกเสียหน่อย”
“นี่” เมิ่งฉีฮ่วนยื่นแขนออกไปขวางนางไว้ “รถม้าโครงเครง เจ้าไม่คุ้นชินกับสภาพการเดินทางเช่นนี้เหมือนกับข้า จะตกลงไปได้ง่าย”
“ฮึ ท่านรู้ทักษะของข้าน้อยไปเสียแล้ว” พูดแล้วหลี่เยว่หานก็ผลักแขนของเมิ่งฉีฮ่วนออกไป และคิดที่จะเดินออกไปด้านนอก
จู่ ๆ รถม้าก็เล