ที่จะหันกลับมาสาปแช่งหลี่เยว่หาน แต่หลี่ต้าเฉิงหยุดนางไว้ทันที “พอแล้ว! เจ้ายังอับอายไม่พอรึ!”
“ข้าไม่สน! ยังไงตอนนี้เราก็ได้ลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นแล้ว! ไม่ช้าก็เร็ว เราจะทำให้เมิ่งฉีฮ่วนแต่งกับหรงเอ๋อร์ของครอบครัวเราให้ได้!” หวังเฟิ่งถูกหลี่ต้าเฉิงลากออกไปไกล ๆ แต่ประโยคนี้ยังคงลอยไปจนถึงหูหลี่เยว่หาน
ตอนนี้เธอยังคงสงสัย ว่าบ้านหลี่มาปรากฏตัวในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นในตอนเช้าตรู่ได้อย่างไร
แต่เวลานี้เธอรู้แล้ว กลับกลายเป็นว่าไม่รู้ว่าพวกเขาใช้วิธีใดในการย้ายมาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น…
เมื่อมองไปที่ด้านหลังของพวกเขา หลี่เยว่หานก็กลอกตาและกำลังจะเข้าประตู แต่หญิงสาวพลันถูกหยุดไว้อีกครั้ง
“แม่นางหลี่เยว่หาน เรามาคุยกันดีไหม?”
เมื่อหันกลับมา เวินเทียนเหล่ยก็ยืนอยู่ข้างหน้าหลี่เยว่หานด้วยใบหน้าประดับยิ้ม
“เจ้ามาจากไหนกัน?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว “เจ้าต้องป่วยแน่!”
“แม่นางพูดอะไรกัน?” เวินเทียนเหล่ยพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้ตนดูอ่อนโยนและสง่างาม “ข้าแค่อยากจะขอความช่วยเหลือจากแม่นางจริง ๆ แม่นางบอกว่าไม่สามารถพูดภาษาหูได้ แต่คำว่า ‘ลาก่อน’ เมื่อครู่นี้เป็นภาษาหูนะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ขบฟันแน่น อีกฝ่ายเป็นคนที่ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ สินะ!
“เจ้าไม่ได้ฟังสิ่งที่ข้าพูดรึ? ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าจะไม่ทำงานให้เจ้า! อย่ามารบกวนข้าอีก ไม่เช่นนั้นหากข้าทุบเจ้าด้วยไม้กวาด ก็อย่าโท