เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหญิง มู่ชวนจึงมองไปยังหลิงซีอย่างจริงจังพลางพูดขึ้นว่า “หลิงซี หากรู้อะไรหลาย ๆ อย่างก็จะยิ่งอันตราย เจ้าต้องจำไว้ อย่าให้อาหญิงรู้เรื่องเหล่านี้ของพวกเราอย่างเด็ดขาด ไม่ง่ายเลยที่อาเมิ่งจะปิดบังเรื่องนี้ไว้ได้!”
มู่ชวนรักและเป็นห่วงหลิงซีมาโดยตลอด ดังนั้นหลิงซีจึงเชื่อฟังคำพูดของมู่ชวนเสมอ เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของมู่ชวนในตอนนี้ หลิงซีจึงเม้มริมฝีปากและออกแรงพยักหน้ารับเล็กน้อย
“ไปเถิด ข้าเตรียมอาหารเสร็จแล้ว พวกเราไปกินข้าวกัน” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางบีบใบหน้ากลมของหลิงซีเบา ๆ อย่างหยอกล้อ “วันนี้ต้องลำบากหลิงซีกับมู่ชวนเสียแล้ว”
“ไม่ลำบากสักนิด! เพียงแค่ครอบครัวเราอยู่กันได้อย่างสงบสุข หลิงซีก็ไม่ลำบาก!” หลิงซีพูดพลางคล้องคอเมิ่งฉีฮ่วนไว้พลันหาวออกมาวอดใหญ่
ภายในห้องครัว
หลี่เยว่หานดื่มน้ำพลางมองไปรอบ ๆ จึงเห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วนได้เตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว รู้สึกว่าการกระทำนี้เกินความคาดหมายของเธอไปเสียหน่อย
แม้จะพูดว่าเธออยู่บ้านตระกูลเมิ่งมานานแล้ว ทว่าแต่ไหนแต่ไรมา หลี่เยว่หานก็ยังไม่เคยเห็นเมิ่งฉีฮ่วนทำอาหารมาก่อน กลับเป็นมู่ชวนที่ทำบ่อยเสียมากกว่าด้วยซ้ำ แต่เมื่อมองไปยังอาหารบนโต๊ะ นับว่าเมิ่งฉีฮ่วนมีฝีมือในการทำอาหารไม่น้อยเลยทีเดียว
ไม่แปลกที่ผู้ชายหยาบกระด้างคนหนึ่งจะสามารถเลี้ยงดูสองพี่น้องได้ดีเช่นนี้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงล้างมือและใบหน้าขอ