้นอีกครั้ง ก็พบว่าเธอนอนอยู่บนเตียงนุ่มแล้ว
“ข้าอยู่ที่ไหน!” หลี่เยว่หานลืมตาขึ้น รอบ ๆ มืดสนิท เธอจึงลุกขึ้นจากเตียงทันที
“โรงเตี๊ยม” เสียงทุ้มแหบเล็กน้อยของชายคนหนึ่งดังมาจากด้านข้าง “เจ้าดูสดชื่นยิ่งหลังจากนอนมาตลอดทาง แต่ข้าง่วงจะตายแล้ว หยุดส่งเสียงดัง”
ทันทีที่พูดจบ หลี่เยว่หานก็ถูกแขนหนาของเมิ่งฉีฮ่วนดันให้นอนลงบนเตียง หลังจากนั้นเมิ่งฉีฮ่วนก็พลันโอบกอดร่างของเธอไว้ หลี่เยว่หานรู้สึกราวกับว่าเขาปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นหมอนข้าง
หลี่เยว่หานไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
“ทำไม…ทำไม…เจ้ากับข้าถึงอยู่ในห้องเดียวกัน…” ในความมืด หลี่เยว่หานถามอย่างระแวดระวัง
“เจ้าและข้าเป็นสามีภรรยากัน มันแปลกรึที่จะอยู่ในห้องเดียวกัน?” เมิ่งฉีฮ่วนพึมพำ พลางเอาหน้าถูกับหัวของหลี่เยว่หานราวกับว่าเขาง่วงนอนมาก “ไม่ต้องห่วง ข้าอาบน้ำแล้ว สะอาดยิ่ง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานรู้สึกร้อนที่ใบหน้า แต่เธอไม่กล้าโมโห ด้วยกลัวว่าจะไปขับไล่อาการง่วงนอนของชายคนนั้นออกไป ถ้าเขาต้องการทำอะไรกับเธอแล้ว เธอไม่มีพลังที่จะต่อสู้กลับ…
ร่างกายเธอแข็งทื่อ เส้นประสาทตึงเครียด หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน เมื่อแสงแดดส่องกระทบดวงตา หลี่เยว่หานก็ตื่นตัว กลายเป็นว่าเธอเผลอผล็อยหลับไปอีกครั้ง
ในเวลานี้ เมิ่งฉีฮ่วนยังไม่ตื่นขึ้น หลี่เยว่หานพบว่าเขาได้นอนตัวตรงแล้ว แต่กลายเป็นเธอกอดก่ายเขาด้วยแขนขา…
ทันใดนั้น หลี่เยว่หานก็พลิกตัวลุกขึ้นจากเต