ก็หมุนตัวเดินออกไป
“เหตุใดถ้าข้าอยู่ต่อแล้วต้องคืนใบยืมหนี้ให้แก่ท่านกัน!” หลี่เยว่หานรู้สึกสับสนเล็กน้อย “หรือท่านยังคิดเรื่องหนึ่งพันหนึ่งร้อยตำลึงนั่นอยู่! ข้าจะบอกท่านให้ หากข้าตัดสินใจอยู่ต่อ ข้าก็ไม่มีทางคืนเงินท่านหรอก!”
“แล้วแต่เจ้าเถิด!” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางสาวเท้าเดินออกจากห้องของหลี่เยว่หานไปพลาง พอเดินเลี้ยวออกไปก็ไม่เห็นแม้แต่เงาเสียแล้ว
หลี่เยว่หานถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย พลางนั่งลงบนเตียงและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ในตอนนี้นับเป็นโอกาสที่ดีที่จะออกไปจากที่นี่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่เมื่อคิดถึงหลังจากที่เธอจากไปนั้น สองพี่น้องคงต้องใช้ชีวิตแบบอดมื้อกินมื้ออย่างที่ผ่านมา หญิงสาวอดรู้สึกปวดใจขึ้นมาไม่ได้
เมิ่งฉีฮ่วนขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์ ใช้เวลาทั้งวันในการอยู่ที่นั่น นอกจากเรียนแล้วมู่ชวนยังต้องดูแลหลิงซี บางครั้งหากหลิงซีเอะอะโวยวายขึ้นมา เขาก็ต้องพาหลิงซีไปเรียนด้วย
เรื่องการกินก็แล้วแต่สถานการณ์ หากกินอิ่มก็นับว่าโชคดีไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องเด็กวัยนี้ควรจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อร่างกาย
หวนคิดไปถึงตอนที่มายังบ้านตระกูลเมิ่งในครั้งแรก สองพี่น้องในตอนนั้นช่างแตกต่างกับตอนนี้ยิ่งนัก…
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ “ช่างเถิด อย่างไรก็มีชีวิตเพียงลำพังอยู่บนโลกใบนี้ อยู่ใช้ชีวิตไปกับพวกเขาก็ได้ อย่างมาก ถ้าเกิดเรื่องใดขึ้น ข้าก็เพียงวิ่งให้เร็ว