” หวังเฟิ่งพยายามควบคุมสีหน้าของตนให้ดูสงบที่สุด
“ข้าบอกแล้ว ข้าไม่อยากทำ หากพวกท่านต้องการต้อนรับคุณชายใหญ่หลิ่วนั่น พวกท่านก็ลงมือเองก็แล้วกัน” หลี่เยว่หานพูดพลางหมุนตัวเดินออกไป “ในเมื่อข้าปล่อยเรื่องการสมรสระหว่างตระกูลหลิ่วให้พวกท่านแล้ว หากมายุ่งกับข้าอีก ข้าก็จะไม่คิดเกรงใจ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเฟิ่งรู้สึกโมโหจนแทบบ้า แต่กลับยังคงอดกลั้นเอาไว้
ไม่เพียงแต่ต้องอดกลั้น แต่ยังต้องคอยพูดจาปลอบหลี่หรงหรงที่อยู่ในอาการโมโหเช่นกัน
“ท่านแม่! ทำไมเราต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้พอใจด้วย!” สายตาของหลี่หรงหรงมองไปยังหลี่เยว่หานที่เดินเข้าไปในห้องของนาง ก็รู้สึกอยากเหยียบนางให้จมดินไปซะ!
“เด็กน้อย เมื่อมองในตอนแรก ยัยเด็กนั่นดูเหมือนจะเก่งอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าหากนางฉลาดมากพอ เหตุใดจึงยอมปล่อยมือเรื่องการแต่งงานระหว่างตระกูลหลิ่วไปง่าย ๆ เช่นนี้เล่า” หวังเฟิ่งพูดปลอบหลี่หรงหรง “เราย่อมรู้ดีว่าเงินทองของตระกูลหลิ่วนั้นมีมากมายเป็นภูเขาเงินภูเขาทอง เมื่อหลี่เยว่หานยอมหลีกทาง จึงนับว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะคว้ามา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่หรงหรงจึงค่อย ๆ มีท่าทีสงบลง “แต่ว่า…หลี่เยว่หาน เราจะเชื่อใจนางได้หรือ?”
“เชื่อไม่ได้แล้วอย่างไรกัน!” หวังเฟิ่งพูดพลางยื่นมือออกมาลูบหน้าท้องของหลี่หรงหรง “คืนนี้ เพียงแค่เจ้าตั้งครรภ์ลูกชายให้คุณชายใหญ่หลิ่วได้ เจ้าก็จะได้เป็นฮูหยินน้อยแห่งตระกูลหลิ่ว!”
“ท่านแม่…” ห