นางรู้สึกว่าตนเองดูเหมือนมีเรื่องต้องทำไม่จบไม่สิ้น เหนื่อยแทบตายแล้ว
จินเฟยเหยานำศีรษะของหวาหวั่นซีออกมาวางไว้อีกด้านแล้วเปิดชุดจูเชวี่ยเขย่าร่างที่เสียหายด้านในออกมา จากนั้นนางค้นถุงเฉียนคุนของตนเอง สุดท้ายเอ่ยอย่างลำบากใจ “หวั่นซี ดูเหมือนโลหิตทายาทฉีหลินมีไม่พอ จะลองเอาเลือดอย่างอื่นผสมเข้าไปหรือไม่”
“เจ้ากวาดสมบัติหอเหอฮวนมาจนเกลี้ยงนี่นา ค้นดูหน่อยว่ามีหรือไม่ บางทีอาจจะหาพบหลายถัง” หวาหวั่นซีตั้งศีรษะขึ้นมองร่างของตนเอง ร่างกายขาวเนียนประดุจหยกวางอยู่ตรงนี้ ช่างน่าสงสารจริงๆ
“ข้าจะหาดูหน่อย แต่เจ้าก็ใจดำเกินไป จะมีหลายถังได้อย่างไร นิดหนึ่งที่ได้มาจากหลินชิงเจียงในอดีตก็ไม่เพียงพอ ข้ายังเติมน้ำเทียนฉุนลงไปไม่น้อย” จินเฟยเหยาคิดๆ ดูแล้วก็เห็นว่ายังไม่ว่างจัดการสิ่งของที่ขโมยมาจากหอเหอฮวนจริงๆ นั่นแหละ บางทีในนั้นอาจจะมีก็ได้
พอหวาหวั่นซีได้ยินก็เลิกคิ้วเอ่ยอย่างไม่พอใจ “มิน่าเล่า ข้าถึงว่าตลอดร่างไร้เรี่ยวแรง ที่แท้เจ้าเติมน้ำเทียนฉุน”
“พอเลย น้ำเทียนฉุนหนึ่งตำลึงราคาห้าร้อยศิลาวิญญาณชั้นกลางนะ ทั่วร่างเจ้าใช้ตั้งหนึ่งถังกว่า ข้าจะไปหาโลหิตทายาทฉีหลินจากที่ใดมาให้เจ้ามากมาย ดั