ใช้การรับรู้ค้นหานาง!”
เซี่ยลี่หัวเราะอย่างเย็นชา ถึงใช้วิธีกำบังกาย แค่ใช้การรับรู้ค้นหาก็จะหาพบทันที ท่าทางนางจะจนมุม ไม่มีเรี่ยวแรงจะหลบหนีต่อแล้ว
รอจนพวกเขารุดมาถึงเหนือป่าและปลดปล่อยการรับรู้ออกไปกวาดดูต้นเมฆา การกวาดดูครั้งนี้กลับพบว่าในดงต้นเมฆาขนาดประมาณร้อยหมู่ มีสิ่งมีชีวิตมากถึงหลายพันตัว ยามนี้เซี่ยลี่จึงนึกขึ้นได้ ฤดูนี้พอดีเป็นช่วงนกปิศาจวางไข่ ในป่าต้นเมฆาย่อมเต็มไปด้วยนกปิศาจ
“ค่อยๆ ค้นหาทีละนิด คนกับนกแตกต่างกัน ต้องหานางออกมาให้ได้” มีนกปิศาจมากเกินไป เซี่ยลี่วางแผนจะใช้การรับรู้เฝ้าอยู่นอกป่า จากนั้นให้ลูกน้องใช้การรับรู้แยกแยะทีละนิดดูว่าสิ่งมีชีวิตที่พบเป็นคนหรือนก ถึงใช้เวลาหลายวันก็ต้องหาคนออกมาให้ได้
ส่วนจินเฟยเหยาในยามนี้เปลี่ยนเป็นขนาดสองฝ่ามืออีกครั้ง เดินท่องอยู่ท่ามกลางต้นเมฆาค้นหาเป้าหมาย หลังจากเห็นในรังหนึ่งมีเปลือกไข่หลายอัน นางก็รีบเหาะไป ดมกลิ่นเล็กน้อย กลิ่นสัตว์ปิศาจในรังนกรังนี้อ่อนจางอย่างยิ่ง น่าจะไม่มีสัตว์ปิศาจอยู่มาสิบกว่าวันแล้ว ไม่มีสัตว์ปิศาจก็ยิ่งดี จะได้ไม่มีสัตว์ปิศาจดุร้ายปรากฏตัวขึ้นกลางคันมาโจมตีให้เผยตัว
นางเทินเปลือกไข่ครึ่งหนึ่งไว้บนศีรษะ จากน