ำนวนนับไม่ถ้วนในพริบตา ยังมีผู้บำเพ็ญเซียนทั้งหมดถูกชนจนลอยขึ้นมาราวกับเทพธิดาโปรยบุปผา ผู้บำเพ็ญเซียนที่มีพลังบำเพ็ญเพียรต่ำบางคนถูกคลื่นกระแทกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ
ตรงที่จินเฟยเหยาและเซี่ยลี่อยู่คือในตัวเรือ มองไม่เห็นภาพข้างนอก แต่ผิวสัมผัสกลับใหญ่ขึ้นเนื่องจากอยู่ใต้ท้องเรือ พริบตาที่ชนต้นไม้วิญญาณจริงนางก็คำรามลั่น ปราณวิญญาณ ปราณปิศาจ ปราณมาร และไฟนรกทั้งหมดในร่างทะลักออกมาข้างนอกและโอบห่อหุ้มร่างกายชั้นแล้วชั้นเล่าอย่างบ้าคลั่ง กระดูกสีดำเป็นประกายก็ถูกปราณวิญญาณคุ้มครอง ภายในร่างมีแสงรัศมีอันน่าตกตะลึงวาบออกมา
จากนั้นนาง เซี่ยลี่ รวมทั้งเรือเหาะก็ชนต้นไม้วิญญาณจริงพร้อมกัน
หลังการชนอย่างรุนแรงผ่านพ้น โลกเทพกูซู่ก็เงียบกริบราวกับสิ้นชีพ การชนทำให้เกิดผงคลีฟุ้งตลบและแผ่กระจายไปรอบด้านอย่างช้าๆ หลังฝุ่นธุลีหายไป สภาพที่นั่นก็เละเทะเป็นแถบ
บนลำต้นของต้นไม้วิญญาณจริงราวกับถูกสัตว์ขนาดยักษ์กัดไปคำหนึ่ง มีรอยกว้างหลายร้อยจั้งปรากฏอยู่ ส่วนเรือเหาะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือแค่เศษชิ้นส่วนและเศษต้นไม้เกลื่อนพื้น ยังมีผู้บำเพ็ญเซียนที่บ้างล้มตายบ้างพิการร่วงอยู่บนพื้นราวกับเศษขยะ
ในโลก