ับรู้เข้าสู่คลังสมบัติอีกครั้ง คิดจะนำหญ้าวิญญาณออกมาและตรวจสอบว่ามีสิ่งของถูกกัดเสียหายหรือไม่
ทว่าพอเห็นกลับทำให้เขาโง่งมไป ยังหยิบหญ้าวิญญาณอะไร ในคลังสมบัติที่เต็มปรี่ไม่มีหญ้าวิญญาณแม้แต่ครึ่งต้น เหลือเพียงเนื้อสัตว์เล็กน้อยและพวกผักผลไม้วิญญาณที่ไม่มีค่า สิ่งอื่นๆ รวมทั้งวัตถุดิบหลอมยาหลอมอาวุธ รวมทั้งยาที่ปรุงสำเร็จหายไปจนหมดเกลี้ยง
จางจิ่งเฉิงตะลึงงันแล้วได้สติ สัตว์ภูติที่ดูเหมือนขโมยแค่เนื้อตัวเมื่อครู่ที่จริงเข้ามาขโมยสิ่งของ! ไม่ว่าเรื่องนี้จะสอดคล้องกับหลักเหตุผลหรือไม่ เขาก็หันหน้าไปตะโกนบอกบ่าวรับใช้ที่กำลังรอหยิบสิ่งของดังลั่น “รีบไล่ตามไป จับสัตว์ภูติที่เพิ่งหนีออกมาไว้ คลังสมบัติถูกปล้น!”
หลี่มู่ซึ่งเป็นผู้ดูแลอีกคนก็อยู่ที่นั่น แต่เขาก็เบิกตามองดูสัตว์ภูติตัวนั้นหนีไป ตอนนั้นยังรู้สึกว่าไม่เคยเห็นสัตว์ภูติสายพันธุ์นี้มาก่อนกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าเป็นตัวอะไร ได้ยินเสียงตะโกนของจางจิ่งเฉิงจึงถามอย่างประหลาดใจ “อะไรนะ คลังสมบัติถูกปล้น!”
“เจ้าดูเอาเอง พวกเจ้ารีบตามข้ามา ต้องหาสัตว์ภูติตัวนั้นให้พบ” จางจิ่งเฉิงบอกเขาแล้วรีบเรียกบ่าวรับใช้ที่อยู่ตรงนั้นวิ่งออกไปอย่างเร่งร้อน
หลี่มู่รี